สนามรบที่มองไม่เห็น
นิวยอร์ก, ยูเนียนลีกคลับ (Union League Club)
ภายในห้องรับรองส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยควันซิการ์ราคาแพง สถานที่แห่งนี้ถูกสงวนไว้ให้เฉพาะเหล่านายธนาคารและผู้ประกอบการที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอเมริกาเท่านั้น บนโต๊ะไม้โอ๊คตัวหนา การสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องในนิวยอร์ก แต่กลับเป็นเรื่องของบริษัทรถไฟเล็กๆ แห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปนับพันไมล์
"คุณสโลนครับ... ช่วงนี้ที่ชิคาโกมันเริ่มจะวุ่นวายเกินไปหน่อยแล้วนะครับ" ชายร่างท้วม ตัวแทนผลประโยชน์ของบริษัทรถไฟเพนซิลเวเนียเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "ไอ้หนังสือพิมพ์แทบลอยด์ชั้นต่ำนั่น กล้าดีนังไงมาใส่ร้ายพวกเราหน้าตาเฉยบนหน้าหนึ่ง ตอนนี้แม้แต่วุฒิสมาชิกบางคนในวอชิงตันยังเริ่มส่งคนมาถามเรื่องนี้แล้ว"
"หึ... มันไม่ใช่หนังสือพิมพ์ระดับสามอีกต่อไปแล้วล่ะครับ มันขายได้ถึงแสนฉบับ ติดอันดับหนึ่งในห้าของชิคาโกไปแล้ว" ชายสวมแว่นที่นั่งข้างๆ เสริมด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
ชายที่ถูกเรียกว่า สโลน กรรมการบริหารของบริษัทรถไฟนิวยอร์กเซ็นทรัล นั่งนิ่ง ใบหน้าบึ้งตึงดูน่าเกรงขาม
"มันก็แค่บทความเรียกกระแส ไม่กี่วันคนก็ลืม" สโลนพ่นควันซิการ์อย่างดูแคลน "ผมไม่ได้กังวลเรื่องปลายปากกาขี้เมานั่นหรอก ผมกังวลเรื่อง 'คนจ่ายเงิน' ต่างหาก"
"หมายถึงไอ้หนุ่มที่ชื่อ อัลเลน วิลเลียมส์ ใช่ไหม?"
"ใช่" สโลนพยักหน้า "หมอนี่โผล่มาในนิวยอร์กแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ฮุบกิจการบรรจุกระป๋องในเวลาพริบตา แถมยังงัดกับพวกผู้ค้าส่งจนชนะ ตอนนี้มันไปโผล่ที่ชิคาโกแล้วไปจับมือกับตาแก่อุดมคติฟุ้งซ่านอย่าง ชาร์ลส์ รีฟส์... นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ"
"แผนมันชัดเจนครับ" กรรมการอีกคนว่า "มันต้องการใช้ทางรถไฟพังๆ ของรีฟส์สร้างเส้นทางอิสระ เลี่ยงผ่านเครือข่ายพันธมิตรของเรา เพื่อขนเนื้อจากตะวันตกไปโรงงานมันโดยตรง"
"ช่างไร้เดียงสา..." สโลนหัวเราะเยาะเย็นชา "มันคิดว่าทางรถไฟคือแค่รางเหล็กสองเส้นบนไม้หมอนงั้นเรอะ? มันไม่รู้หรือไงว่าทางรถไฟที่แท้จริงน่ะ... สร้างขึ้นจากเงิน สายสัมพันธ์ และอำนาจมืด"
"เราควรสั่งสอนบทเรียนให้มันรู้สำนึก" ชายร่างท้วมเอ่ยเสียงดุ
"คุณจะทำอะไร?"
"ง่ายมาก..." รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้น "ทางรถไฟของรีฟส์เพิ่งได้เงินอุดหนุนจากไอ้หนุ่มนั่น และตอนนี้กำลังขนส่งวัวล็อตแรกของมันอยู่ไม่ใช่เหรอ? ส่งคนไปชิคาโก... สร้าง 'อุบัติเหตุ' เล็กๆ ให้รีฟส์เห็นเสียหน่อย เช่น ไฟไหม้ลานจอด หรือสัญญาณไฟขัดข้องให้ถูกจังหวะ"
"เราต้องทำให้มันเห็นกับตาว่า ทางรถไฟที่มันฝากความหวังไว้คือเศษเหล็กที่พร้อมจะพังได้ทุกเมื่อ เราต้องทำให้มันรู้ว่าในเกมนี้... พวกเราคือผู้กำหนดกฎแต่เพียงผู้เดียว"
สโลนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ "จัดการให้เรียบร้อย... แต่อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่โต และรักษาความสะอาดด้วยล่ะ"
ไม่กี่วันต่อมา ณ ชิคาโก
ชาร์ลส์ รีฟส์ พุ่งพรวดเข้ามาในห้องสวีทของอัลเลนราวกับวัวกระทิงคลั่ง
"วิลเลียมส์! พวกมันลงมือแล้ว! ไอ้พวกขี้ขลาดสารเลว!" เขาตะโกนลั่นด้วยเสียงอันดังตามประสาวิศวกรเก่า
"ชาร์ลส์ นั่งลงก่อน" อัลเลนรินน้ำส่งให้ด้วยท่าทีสงบ "เกิดอะไรขึ้น?"
"ลานขนถ่ายสินค้าชานเมืองของผม! ลานที่สำคัญที่สุด!" รีฟส์กระดกน้ำรวดเดียวหมด "มันเกิดไฟไหม้เมื่อคืน! พวกมันบอกว่าเป็น 'อุบัติเหตุ'!"
"ไฟไม่ได้ไหม้ลามไปทั่ว แต่มันไหม้หอส่งสัญญาณกลางจนวอด! นั่นคือสมองที่ควบคุมเส้นทางมุ่งหน้าไปตะวันตกทั้งหมด! แถมยามของผมสองคนโดนลอบทำร้ายจนสลบแล้วโดนโยนทิ้งคูน้ำ ถ้าคนงานไปเจอไม่ทันคงจมน้ำตายไปแล้ว!"
"นี่คือคำเตือนนะอัลเลน!" เสียงรีฟส์สั่นเครือด้วยความแค้น "มันเตือนทั้งผมและคุณ! มันกำลังบอกว่าต่อให้มันชนะใจประชาชนไม่ได้ แต่มันสามารถทำให้ทางรถไฟของผมเป็นอัมพาตได้ทุกเมื่อ! มันกำลังทำให้ผมกลายเป็นไอ้โง่ที่ไร้น้ำยา!"
อัลเลนนิ่งฟัง แววตาไม่มีร่องรอยของความประหลาดใจแม้แต่น้อย เพราะนี่คือสิ่งที่เขา 'รอ' ให้มันเกิดขึ้น
"พวกมันกำลังบีบให้เราแตกคอกัน ชาร์ลส์" อัลเลนเอ่ยเสียงเรียบ "มันบีบให้คุณละทิ้งพันธมิตรอย่างผม"
"แล้วเราจะสู้ยังไง?" รีฟส์เอ่ยอย่างสิ้นหวัง "ซ่อมหอส่งสัญญาณต้องใช้ทั้งเงินและเวลา และที่ผมกลัวคือหมากต่อไปของพวกมัน ผมไม่สามารถส่งคนไปเฝ้ารางยาวหลายร้อยไมล์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงหรอก... ผมสู้พวกมันไม่ได้เลย"
อัลเลนมองชายชราที่กำลังเสียขวัญ เขาตัดสินใจว่าถึงเวลาที่จะเปิด 'หน้าไพ่' อีกใบให้อีกฝ่ายเห็น
"ชาร์ลส์..." อัลเลนเดินเข้าไปใกล้ "ในสนามรบที่คุณเห็น... คุณอาจจะเสียเปรียบชั่วคราว"
"แต่ในสมรภูมิที่มองไม่เห็นของสงครามครั้งนี้... ผมกำลังชนะอย่างต่อเนื่อง"
"สมรภูมิที่มองไม่เห็น?" รีฟส์ทวนคำอย่างงุนงง
"ใช่" อัลเลนหยิบเอกสารฉบับหนึ่งจากตู้เซฟยื่นให้รีฟส์ มันคือรายงานสรุปการซื้อขายหุ้นรายวันจากแบล็กวูด
"นี่คืออะไร?"
"นี่คืออาวุธของผม" อัลเลนอธิบายช้าๆ "ชาร์ลส์... คุณคิดว่าผมซื้อหนังสือพิมพ์นั่นมาเพื่อเขียนคำไว้อาลัยให้คุณเฉยๆ งั้นเหรอ? คุณเข้าใจผิดแล้ว"
"ตั้งแต่วินาทีที่ผมตัดสินใจจับมือกับคุณ ผมมีเป้าหมายเดียวเท่านั้น คือการผูกโยงตัวเองเข้ากับบริษัทรถไฟมิสซิสซิปปีและอีสเทิร์น และขึ้นเป็นคู่ชิงเก้าอี้กับพวกยักษ์ใหญ่เหล่านั้น"
รีฟส์ลุกพรวดขึ้นราวกับถูกไฟฟ้าช็อต
"ในขณะที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยตื่นตระหนกและเทขายหุ้นทิ้งเพราะข่าวคาวที่ผมลงในหนังสือพิมพ์... ผมก็สั่งให้โบรกเกอร์กวาดซื้อหุ้นเน่าๆ เหล่านั้นเข้าพอร์ตอย่างเงียบเชียบ"
"พวกมันคิดว่ากำลังหนีตายจากเรือที่กำลังจม แต่พวกมันไม่รู้เลยว่าหุ้นทุกใบที่สลัดทิ้ง... ตกมาอยู่ในมือกำมะหยี่ของผมอย่างแน่นหนา"
อัลเลนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรีฟส์ที่กำลังตกตะลึง ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกสุดท้าย
"ชาร์ลส์... ผมจะบอกความจริงให้ฟัง ตอนนี้ผม... อัลเลน วิลเลียมส์... ถือหุ้นบริษัทของคุณอยู่ 15.7% ผมกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นอันดับสองรองจากคุณเรียบร้อยแล้ว"
"คราวนี้... คุณยังคิดว่าเรากำลังจะแพ้อีกไหม?"