ตอนที่ 13 เนื้อหนูกลายพันธุ์บริสุทธิ์
ตอนที่ 13 เนื้อหนูกลายพันธุ์บริสุทธิ์
พี่ใหญ่ซ่งและอวี๋กังพูดเสริม "เธอใช้พลังพิเศษไปเถอะ พวกเราจะช่วยบังสายตาให้"
พูดจบ พวกเขาก็ยืนหันหลังให้อันหราน บดบังสายตาจากผู้คนที่อาจมองมาจากไม่ไกล
ตอนนี้หลายทีมกำลังมารวมตัวกันที่หน้าประตูใหญ่ บางทีมก็เดินผ่านกลุ่มห้าคนของอันหรานไป
แต่พวกนั้นก็แค่ชำเลืองมองแล้วเดินผ่านไป ไม่ได้แปลกใจที่เห็นอันหรานนั่งยองๆ อยู่ข้างกองซากหนูกลายพันธุ์
เพราะใครๆ เขาก็ทำกัน พอฆ่าหนูได้ตัวหนึ่ง ก็ต้องเอาเครื่องวัดมาตรวจสอบดู
ถ้าเจอหนูที่มีค่ามลพิษระดับต่ำถึงปานกลางสักตัว ก็ถือว่าลาภลอยแล้ว
ความจริงแล้ว อันหรานเองก็ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย กลัวว่าการเปิดเผยความสามารถจะทำให้คนอื่นเกิดความโลภอยากแย่งชิง
แต่ถ้ามัวแต่ปิดบังซ่อนเร้นก็จะเสียโอกาสดีๆ ไป เพราะลำพังตัวเธอคนเดียวตอนนี้ ยังไม่มีความสามารถพอที่จะออกไปล่าสัตว์กลายพันธุ์ตามลำพังได้
อีกอย่าง การเก็บเกี่ยวหนูกลายพันธุ์หนึ่งตัวได้ค่าประสบการณ์ตั้ง 20 แต้ม นี่เป็นโอกาสทองในการอัปเกรดทักษะชัดๆ
ดังนั้น อันหรานเลยตัดสินใจเสี่ยงดูสักตั้ง โดยเลือกที่จะเชื่อใจพวกซันชี
ไม่นานนัก อันหรานก็ไล่เก็บเกี่ยวหนูกลายพันธุ์สิบกว่าตัวจนครบ ได้รับแกนผลึกระดับ 2 มาเพิ่มอีก 1 เม็ด และเนื้อหนูกลายพันธุ์ก้อนใหญ่อีก 9 ก้อน (ก้อนละ 20 ชั่ง)
แกนผลึกสองเม็ดถูกเธอเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ ส่วนเนื้อหนูอีก 11 ก้อน (รวมกับของเดิม) ถูกแบ่งใส่เป้ของทุกคนจนเต็ม
ประตูค่ายเปิดออกตรงเวลา ทีมที่ออกไปทำภารกิจต่างพากันกรูเข้ามา
มีสองทีมที่ช่วยกันหามซากหนูตัวใหญ่หนักกว่าร้อยชั่งเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ดูท่าทางคงได้หนูที่มีค่ามลพิษต่ำแน่ๆ
ส่วนทีมอื่นๆ สภาพดูไม่จืด หลายคนได้รับบาดเจ็บ มีอยู่ทีมหนึ่งถึงกับเสียสมาชิกไปสองคน
อันหรานเหลือบไปเห็นทีมของจางเสี่ยวตงกลับมาพอดี ในทีมสิบคนมีคนเจ็บไปสาม
คนที่เจ็บหนักที่สุดดูเหมือนจะเป็นเฉียนอี้ฟาน ขาข้างหนึ่งของเขาห้อยตกลงมา เลือดไหลโชก ต้องให้เพื่อนร่วมทีมแบกเข้ามา
อันหรานมองแวบเดียวก็เมินหน้าหนี พาพวกซันชีตรงดิ่งไปที่จุดแลกเปลี่ยน
เนื้อสด 220 ชั่ง (ประมาณ 110 กิโลกรัม) จะเก็บไว้กินเองทั้งหมดก็คงไม่ไหว ต้องแบ่งขายสัก 200 ชั่ง เพื่อแลกเป็นเสบียงและของใช้จำเป็นสำหรับเอาชีวิตรอด
แต่ก่อนจะขาย เธอต้องถามความเห็นของพวกซันชีก่อน
ในเมื่อร่วมลงเรือลำเดียวกันแล้ว ของที่ได้มาจะฮุบไว้คนเดียวก็คงน่าเกลียด
"เนื้อพวกนี้พวกเธอจะเอายังไง?" อันหรานถาม
ซันชีชะงัก เกาหัวแกรกๆ "นี่มันของที่ได้จากพลังของเธอ แน่นอนว่าเธอต้องเป็นคนตัดสินใจสิ พวกเรายังไงก็ได้ ฟังเธออยู่แล้ว"
พี่ใหญ่ซ่งก็พยักหน้าเห็นด้วย "เธออยากจัดการยังไงก็ตามใจเลย พวกเราไม่มีปัญหา"
อวี๋กัง: "ผมเห็นด้วยกับพวกเขา"
"งั้นตกลงตามนี้ เราเก็บเนื้อไว้กินเองก้อนหนึ่ง ส่วนที่เหลือขายให้ค่ายทั้งหมด" อันหรานสรุป
"ฉันไม่มีปัญหา"
"ฉันด้วย"
"ตามใจเธอเลย..."
ทุกคนมองอันหรานตาแป๋ว ทำนองว่า 'เชิญบัญชามาได้เลย'
อันหรานจึงพาซันชีไปที่ช่องแลกเปลี่ยนของเสี่ยวหลี่ เริ่มต้นด้วยการเช็กราคา "เนื้อหนูกลายพันธุ์ค่ามลพิษ 30 กว่า รับซื้อชั่งละเท่าไหร่?"
เสี่ยวหลี่กะพริบตาปริบๆ "ขายทั้งตัวหรือขายแต่เนื้อล้วน?"
"เนื้อล้วน สดใหม่ ไม่มีพยาธิ" อันหรานตอบ
หนูกลายพันธุ์ส่วนใหญ่มักมีพยาธิสยองขวัญฝังอยู่ในตัว ขนาดต้มในน้ำเดือดร้อยองศายังไม่ตาย ดังนั้นราคาของมันจึงถูกกว่าพวกกระต่ายหรือแกะกลายพันธุ์ที่มีพยาธิน้อยกว่า
เสี่ยวหลี่ทำหน้าไม่เชื่อ "เนื้อหนูกลายพันธุ์ไม่มีพยาธิ? เป็นไปได้ไง?"
"ไม่เชื่อก็วัดดูสิ" ซันชีเริ่มหงุดหงิด
เธอล้วงเนื้อสดก้อนโตออกจากเป้ แล้วโยนลงตรงหน้าเสี่ยวหลี่อย่างถือดี
เสี่ยวหลี่: "......"
เขาไม่รอช้า เฉือนเนื้อออกมาเป็นแผ่นบางๆ แล้วโยนเข้าเครื่องตรวจสอบข้างๆ
รอสักพัก เครื่องก็พ่นรายงานผลออกมา สรุปว่า: สดใหม่ บริสุทธิ์ ปราศจากพยาธิและไข่พยาธิ
เสี่ยวหลี่ตาโต แทบไม่อยากเชื่อสายตา
แต่รายงานก็เขียนทนโท่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
ทว่าเนื้อเกรดพรีเมียมแบบนี้เขาไม่กล้าตีราคาเอง กลัวพลาดแล้วต้องรับผิดชอบ
สุดท้ายเลยต้องวิ่งไปตามหัวหน้ากะมาตัดสินใจ
อันหรานไม่รีบร้อน นั่งคุยเล่นกับซันชีรออยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์
"ถ้าราคาดี พรุ่งนี้เราออกไปล่าหนูกันอีกนะ"
เป้าหมายหลักของเธอคือการอัปเลเวลพลังพิเศษ ตอนนี้ขาดอีกแค่ 600 กว่าแต้มก็จะครบ 5000 คลื่นหนูระลอกนี้ถือเป็นโอกาสทองฝังเพชรชัดๆ
เก็บเกี่ยวหนูหนึ่งตัวได้ 20 แต้มประสบการณ์ ขอแค่ล่าอีก 35 ตัว ทักษะของเธอก็จะเลื่อนระดับ แค่คิดก็ฟินแล้ว
ซันชีพยักหน้า "ฉันก็คิดงั้นเหมือนกัน"
ตอนนี้ในค่ายน่าจะมีคนอยู่หลายพัน ทางค่ายจัดเวรให้คนออกไปกำจัดหนูชั่วโมงละหลายร้อยคน หมุนเวียนกันไปตลอด 24 ชั่วโมง ใครก็อย่าหวังจะได้อู้งาน
ดังนั้นพรุ่งนี้พวกเธอก็ต้องโดนเกณฑ์ออกไปอีกแน่
อันหราน: "ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากเช่ารถสักคัน จะได้ประหยัดแรง"
ถ้ามีรถนอกจากจะทุ่นแรงแล้ว ยังปลอดภัยขึ้นด้วย เธอจะได้ใช้ทักษะเก็บเกี่ยวได้อย่างสบายใจ
ซันชีเห็นด้วย "เดี๋ยวลองไปดูที่ลานจอดรถ ถ้ามีรถว่าง เราลองติดต่อเจ้าของรถดู"
"โอเค"
คุยกันยังไม่ทันจบ เสี่ยวหลี่ก็พาหัวหน้าเดินกลับมา
หัวหน้ายังคงเป็นคนเดิม พอเห็นอันหราน ตาก็ลุกวาวขึ้นมาทันที "อ้าว เป็นเธอนี่เอง วันนี้ได้ของดีอะไรมาอีกล่ะ?"
อันหรานชี้ไปที่เนื้อหนูกลายพันธุ์ตรงหน้า "ของดีอยู่นี่ ตีราคามาเลย"
หัวหน้านั่งลง ให้เสี่ยวหลี่เฉือนเนื้อไปตรวจซ้ำในเครื่องอีกรอบ
ไม่นาน หัวหน้าก็ถือรายงานใบใหม่ขึ้นมาดู เลิกคิ้วสูง "บริสุทธิ์จริงๆ ด้วยแฮะ"
เขาวางรายงานลง โน้มตัวมาหาอันหรานแล้วยิ้มถาม "เนื้อแบบนี้มีเท่าไหร่?"
อันหราน: "200 ชั่ง"
"200 ชั่งเชียว?" หัวหน้าลูบคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "งั้นฉันให้ชั่งละ 50 แต้มแล้วกัน สถานการณ์ตอนนี้เธอก็รู้ ข้างนอกมีแต่หนู เดี๋ยวคนก็แห่เอามาแลกกันเยอะแยะ..."
"พอเลย!" อันหรานลุกพรึ่บ เอื้อมมือจะไปเก็บชิ้นเนื้อกลับ "ถ้าลำบากใจนัก ฉันไม่แลกแล้ว ขายให้พวกทหารรับจ้างก็ได้ พวกนั้นไม่มีทางปฏิเสธเนื้อหนูบริสุทธิ์แบบนี้หรอก"
ใครๆ ก็รู้ว่าพวกทหารรับจ้างและผู้มีพลังพิเศษที่ออกไปทำภารกิจ จำเป็นต้องได้รับโปรตีนคุณภาพสูงเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
ถ้าเธอเอาเนื้อบริสุทธิ์พวกนี้ไปขายให้พวกเขาชั่งละ 100 แต้ม เชื่อว่าพวกนั้นต้องแย่งกันซื้อแน่
ขนาดโรงอาหารเล็ก หมูตุ๋นจานละสิบชิ้นเล็กๆ รวมกันยังไม่ถึงหนึ่งชั่ง ยังกล้าขายตั้งสองร้อยกว่าแต้ม ขูดเลือดขูดเนื้อชัดๆ
หัวหน้ารีบตะครุบมืออันหรานไว้ ยิ้มแหยๆ "โอเคๆ! ถือว่าฉันพูดผิดก็แล้วกัน ให้เต็มที่ชั่งละ 80 แต้ม ห้ามต่อแล้วนะ ถ้าเธอไม่เอา ก็ขนไปขายทหารรับจ้างเถอะ"
พอได้ยินราคาที่น่าพอใจ อันหรานก็ค่อยๆ นั่งลง แล้วพยักหน้าให้ซันชีเอาเนื้อทั้งหมดออกมา
"ในเมื่อหัวหน้าจริงใจ ฉันก็จริงใจเหมือนกัน ทั้งหมดสองร้อยชั่ง กองอยู่นี่แล้ว"
. . .