ตอนที่ 18 สัตว์ยักษ์จากขุมนรก
ตอนที่ 18 สัตว์ยักษ์จากขุมนรก
อันหรานนั่งลงดูอาการ พบว่าซันชีกับพี่ชายและพี่สะใภ้มีเลือดไหลออกทางจมูก และหมดสติไปแล้ว
เธอรีบหยิบยาฟื้นฟูพลังจิตระดับต้นออกมาสามขวด กรอกใส่ปากทั้งสามคน
จากนั้นลองจับชีพจรที่คอ ยังดีที่ชีพจรยังเต้นอยู่ แม้จะแผ่วเบาไปบ้าง
แต่พวกเขายังไม่ฟื้นในเร็วๆ นี้แน่ ต้องรีบพากลับค่ายถึงจะปลอดภัย
อันหรานหันไปขอความช่วยเหลือจากลูกทีมคนอื่นแถวนั้น "ใครก็ได้ช่วยพาพวกเขาสามคนไปห้องพยาบาลที ฉันให้ 1000 แต้ม"
ไม่มีใครสนใจ
อันหรานกัดฟัน เพิ่มข้อเสนอ "เฮ้! ใครช่วยแบกสามคนนี้กลับค่าย ฉันให้ยาฟื้นฟูพลังจิตระดับต้นหนึ่งขวด!"
สิ้นเสียง ก็มีคนพุ่งเข้ามาทันที "พูดจริงเหรอ? เธอมียาฟื้นฟูพลังจิตจริงๆ นะ?"
อันหรานพยักหน้า ชี้ไปที่คนเจ็บทั้งสาม "ส่งคนถึงที่ก่อน แล้วฉันจะให้ยา"
พูดยังไม่ทันจบ ก็มีคนวิ่งเข้ามาแย่งกันแบกคนเจ็บขึ้นบ่า แล้ววิ่งแน่บไปทางค่าย
คนที่แย่งไม่ทันทำหน้าเสียดาย เดินตามหลังอันหรานต้อยๆ พลางถามเซ้าซี้ "เธอมียาจริงๆ เหรอ? ฉันขอซื้อต่อได้ไหม? ลูกฉันเพิ่งโดนโจมตี สลบไปเหมือนกัน"
อันหรานงง "ที่จุดแลกเปลี่ยนก็มีขายไม่ใช่เหรอ? ทำไมต้องมาขอซื้อกับฉัน?"
ชายคนนั้นส่ายหน้า "ยาที่จุดแลกเปลี่ยนหมดเกลี้ยงไปนานแล้ว พวกเราจนปัญญาจริงๆ แม่หนูช่วยหน่อยเถอะ ฉันให้ 5000 แต้มเลย ขอแค่ขวดเดียวช่วยชีวิตลูกฉัน"
"ขอโทษด้วย ฉันเหลือแค่ขวดเดียวเหมือนกัน ไม่มีขายให้หรอก"
อันหรานกวาดตามองสายตาโลภมากของคนรอบข้าง แล้วรีบใส่เกียร์หมาวิ่งกลับค่าย
คนที่มาขอซื้อยาถึงกับอึ้ง รีบวิ่งตาม แต่มีหรือจะทัน
พอพวกเขาตามมาถึงห้องพยาบาล ก็เห็นอันหรานส่งขวดยาให้คนที่ช่วยแบกคนเจ็บไปเรียบร้อยแล้ว
พวกนั้นเจ็บใจ จ้องอันหรานเขม็ง พูดเสียงเหี้ยม "จะหนีทำไม? พวกเราไม่ได้จะเบี้ยวแต้มซะหน่อย..."
อันหรานพูดเสียงแข็ง "ก็บอกแล้วไงว่ายาหมดแล้ว ตามมาทำไม? จะปล้นเหรอ?"
พูดจบก็หันไปตะโกนบอกยามหน้าประตู "มีคนจะปล้น!"
ยามสองคนหันขวับมามอง ตวาดเสียงดัง "ใครให้พวกแกเข้ามา?"
พวกนั้นไม่ตอบ แต่ส่งสายตาอาฆาตมาให้ ก่อนจะจำใจเดินหนีไปเพราะเกรงกลัวปืนพลังงานในมือยาม
พอพวกนั้นไปแล้ว อันหรานก็เดินเข้าไปหาอวี๋กังกับภรรยาในห้องพยาบาล
ตอนนี้ห้องพยาบาลขนาดร้อยกว่าตารางเมตรแออัดไปด้วยคนเจ็บสาหัส
นอนจมกองเลือดกันเกลื่อนพื้น ส่งเสียงร้องโอดโอยน่าเวทนา
แต่หมอกับพยาบาลมีแค่หกคน ดูแลกันไม่ทันแน่
อันหรานขยี้จมูก กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปหมด
สถานการณ์ไม่ค่อยดีแล้วสิ
ข้างนอกเต็มไปด้วยสัตว์กลายพันธุ์และแมลงสารพัดชนิด ทั้งบินทั้งคลาน ถ้าพวกมันได้กลิ่นเลือดแล้วแห่กันมาที่นี่ คนเจ็บพวกนี้ไม่รอดแน่
"พี่อวี๋กัง พาพวกเขากลับห้องพักเถอะ แผลพี่สะใภ้ทำแผลแล้ว อยู่ที่นี่อันตรายเปล่าๆ"
อันหรานชี้ไปที่ประตู "พวกพี่ใหญ่ซ่งก็สลบเหมือด รบกวนพี่ช่วยแบกกลับไปหน่อย"
อวี๋กังแปลกใจ "พี่ซ่งสลบเหรอ? โดนอะไรมา?"
"ข้างนอกมีสัตว์กลายพันธุ์วิปริต พวกซันชีโดนโจมตีทางจิต ฉันป้อนยาให้แล้ว ตอนนี้รอแค่ฟื้น"
อันหรานอธิบายคร่าวๆ "ที่นี่กลิ่นเลือดแรงเกินไป ไม่ปลอดภัย รีบพาพวกเขากลับไปดีกว่า"
"เข้าใจแล้ว" อวี๋กังรีบลุกขึ้น ประคองภรรยาเดินออกไป
จากนั้นอันหรานกับอวี๋กังก็ช่วยกันแบกคนเจ็บทั้งสามกลับไปที่ห้องพักชั้นสอง โดยมีพี่สะใภ้อวี๋เดินตาม
พอจัดแจงที่ทางให้คนเจ็บเสร็จ ก็มียามเดินมาตรวจตรา เร่งเร้าว่า "คนเจ็บให้อยู่ในค่ายได้ ส่วนคนอื่นออกไปให้หมด!"
อวี๋กังจำใจต้องฝากภรรยาให้ดูแลพวกพี่ใหญ่ซ่ง แล้วคว้ามีดเดินลงไปข้างล่าง
อันหรานยังไม่รีบออกไป เธอวิ่งกลับไปที่ห้องพักชั้นสี่ก่อน
พอเข้าห้องก็วางเป้ใบใหญ่ลง ควักเอายาฟื้นฟูพลังจิตระดับต้น 23 ขวด ยาห้ามเลือดและยาแก้พิษออกมา
ยัดยาทั้งหมดใส่กระเป๋าคาดเอว แล้วคาดไว้แนบตัว
นี่คือสมบัติล้ำค่าที่สุดของเธอ จะให้ใครแย่งไปไม่ได้เด็ดขาด
คิดไปคิดมาก็หยิบยาฟื้นฟูพลังจิตอีกสองขวดซ่อนไว้ในแขนเสื้อ จะได้หยิบใช้ง่ายๆ
ส่วนสเปรย์ไล่แมลง เธอใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อชุดป้องกันอยู่แล้ว
จัดชุดเรียบร้อย สะพายเป้กับปืนพ่นไฟ ถือมีดเดินลงไปที่หน้าประตูค่าย
ก้าวขาพ้นประตูค่ายปุ๊บ ก็เจอกับความโกลาหลวุ่นวาย
สัตว์กลายพันธุ์นับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่ฝูงชน กัดกินฉีกกระชากอย่างบ้าคลั่ง
ขบวนรบของมนุษย์แตกกระเจิง ที่นี่กลายเป็นนรกบนดินไปแล้ว
อันหรานตกใจแทบสิ้นสติ กำลังจะถอยกลับ แต่ก็โดนผลักจากด้านหลังอย่างแรง
"อย่ามัวโอ้เอ้! รีบไปช่วยคนเดี๋ยวนี้!"
ยามเอาปืนจ่อเธอ ตวาดลั่น "อย่าคิดหนีเชียวนะ ไม่งั้นโดนยิงเป้าแน่!"
พูดพลางพยักพเยิดหน้าไปทางกำแพงค่าย
อันหรานเงยหน้ามองตาม เห็นคนบนกำแพงสูง 20 เมตรถือปืนเล็งลงมาที่ฝูงสัตว์กลายพันธุ์
เธอกลืนน้ำลายเอือก ล้มเลิกความคิดที่จะหนี กระชับมีดวิ่งเข้าหาสัตว์กลายพันธุ์ตัวที่ใกล้ที่สุด
ฉับๆๆ! สัตว์กลายพันธุ์ล้มลงไปหนึ่งตัว
ยังไม่ทันได้เก็บเกี่ยว ตัวใหม่ก็พุ่งเข้ามา เธอต้องฟันต่อไม่ยั้ง
ทันใดนั้น มีคนดึงแขนเธอไว้ พอหันไปมอง สัตว์กลายพันธุ์ที่มีเขาแหลมตัวหนึ่งก็พุ่งเฉียดเป้หลังเธอไปนิดเดียว
ถ้าไม่ได้คนคนนั้นดึงไว้ เธอคงกลายเป็นลูกชิ้นเสียบไม้ไปแล้ว
"ขอบคุณค่ะ!" อันหรานกล่าวขอบคุณผู้มีพระคุณสั้นๆ ไม่กล้าพูดมาก รีบหันกลับไปฆ่าสัตว์ต่อ
ด้วยพละกำลัง 12 แต้ม ความว่องไว 15 แต้ม และมีดเหล็กกล้าคมกริบ การจัดการสัตว์กลายพันธุ์มีเขาตัวเดียวไม่ใช่เรื่องยาก
ฟันไม่กี่ที มันก็ร้องโหยหวนล้มลง
จากนั้นก็เป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น
สัตว์กลายพันธุ์ดูเหมือนจะมีจำนวนไม่จำกัด ผุดออกมาเรื่อยๆ เป็นฝูง ชนมั่วไปทั่ว ฝูงชนแตกตื่นอลหม่าน
เสียงร้องโอดโอยดังระงม ทีมมนุษย์ล้มตายเป็นใบไม้ร่วง
คนเจ็บที่ยังพอเดินไหวก็กุมแผลวิ่งกลับค่าย ส่วนคนที่เดินไม่ไหวก็ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของสัตว์ร้าย
มีดของอันหรานเริ่มบิ่น แขนก็ล้าจนแทบยกไม่ขึ้น
ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่หมดจริงๆ
ขณะที่เธอกำลังคิดจะหนี ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น "พระเจ้า! นั่นมันตัวอะไร?"
"ก็อตซิลล่า!"
"สัตว์กลายพันธุ์ระดับ 5 แน่ๆ จบเห่แล้วพวกเรา!"
ตามมาด้วยเสียงปืนและระเบิดสนั่นหวั่นไหว
ปังๆๆ! ตูม!
และเสียงคำรามกึกก้องราวกับปีศาจจากขุมนรก
อันหรานมองไปทางต้นเสียง เห็นสัตว์ยักษ์หลายตัวเดินออกมาจากความมืด แต่ละก้าวย่างทำเอาแผ่นดินสะเทือน
พวกมันสูง 6 เมตร ยาว 9 เมตร รอบตัวมีหมอกดำลอยวนเวียน แผ่รังสีอำมหิตน่าสะพรึงกลัว
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ บนหน้าผากพวกมันมีเขาแหลมสองข้าง กลางหลังมีหนามแหลมเรียงเป็นแนว เหมือนกับสัตว์ยักษ์ที่ถล่มค่าย 53 ไม่มีผิด
หัวใจอันหรานดิ่งวูบ
ระดับนี้กระสุนทำอะไรมันไม่ได้แล้ว ผิวหนังหนาเตอะของมันคือเกราะชั้นดี
อาวุธของทหารรับจ้างคงระคายผิวพวกมันไม่ได้
แล้วจะสู้ยังไงไหว?
รถหุ้มเกราะคงโดนพวกมันเหยียบแบนแต๊ดแต๋แน่ๆ
. . .