ตอนที่ 21 ซื้อเครื่องครัว ทำอาหารกินเอง

ตอนที่ 21 ซื้อเครื่องครัว ทำอาหารกินเอง

อันหรานปรายตามองทั้งสองคน แล้วพูดเสียงต่ำ "ไม่ซื้อก็ไสหัวไป!"

"นังนี่!"

ทั้งคู่โกรธจนหน้าดำหน้าแดง ทำท่าจะพุ่งเข้ามาทำร้ายอันหราน

หญิงสาวคนนั้นตวาดขึ้นมาด้วยความโมโห "หยุดบ้ากันสักทีได้ไหม? ลูกพี่ของพวกแกยังนอนพะงาบๆ อยู่ที่ห้องพยาบาลนะ! ยังจะหาเรื่องใส่ตัวอีกเหรอ?"

ชายหนุ่มสองคนชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความอับอายปนโกรธแค้น

"พวกฉันหาเรื่องที่ไหนกัน?"

ชายผมทองทำหน้าถมึงทึง "ให้เกียรติแล้วไม่ชอบใช่ไหม? กล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้?"

ชายหนุ่มอีกคนก็ช่วยผสมโรง "ถ้าไม่เห็นว่าเป็นผู้หญิงของลูกพี่ ฉันตบคว่ำไปนานแล้ว!"

หญิงสาวเบือนหน้าหนีไม่พูดต่อ เดินเลี่ยงไปอีกทางแล้วยกมือปิดหน้าร้องไห้กระซิกๆ

"ถุย! ให้หน้าแล้วไม่เอา!"

ชายผมทองสบถด่าอย่างหัวเสีย ก่อนจะกระชากแขนเพื่อนอีกคน "ไปเว้ย! ปล่อยให้นังนี่มันงมโข่งอยู่คนเดียวเถอะ! ไว้ลูกพี่ตายเมื่อไหร่ คอยดูเถอะฉันจะจัดการมันยังไง!"

ทั้งสองเดินกระฟัดกระเฟียดออกจากจุดแลกเปลี่ยน หญิงสาวเช็ดน้ำตาแล้วเดินกลับมาหาอันหราน ดวงตายังคงแดงช้ำ

"ขอโทษด้วยนะน้องสาว ขายเนื้อให้พี่สักสองชั่งได้ไหม? สามีพี่อยากกินเนื้อมาตลอดแต่ก็ตัดใจซื้อไม่ลง ตอนนี้เขาเป็นแบบนั้นแล้ว พี่แค่อยากทำความปรารถนาสุดท้ายของเขาให้เป็นจริง"

"ได้สิ"

อันหรานไม่ใช่คนไร้เหตุผล เธอชักมีดสั้นออกมาเฉือนเนื้อสดชิ้นหนึ่ง โยนไปให้หญิงสาว "สองชั่งกว่าๆ แน่นอน จ่ายเงินมาเถอะ"

หญิงสาวกล่าวขอบคุณ จ่ายไป 240 แต้ม แล้วถือเนื้อเดินจากไป

เจ้าหน้าที่จุดแลกเปลี่ยนยิ้มพลางเอ่ยแซว "เนื้อสัตว์กลายพันธุ์ระดับสามของคุณนี่ ราคาจริงๆ ไม่ใช่แค่ชั่งละ 120 หรอกนะ"

อันหรานกระพริบตาปริบๆ "ฉันรู้ ก็มันเป็นระดับสามที่มีค่ามลพิษมารต่ำนี่นา กินแล้วช่วยฟื้นฟูพลังพิเศษได้เร็ว แถมยังรักษาอาการพลังจิตปั่นป่วนได้ด้วย สรรพคุณโดยรวมดีกว่ายาฟื้นฟูพลังจิตระดับต้นเสียอีก"

เรื่องพวกนี้เธอเรียนมาจากโรงเรียนทั้งนั้น เพียงแต่เพิ่งจะได้เจอของจริงก็วันนี้

ถ้าไม่ใช่เพราะในห้องยังมีเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ระดับสามค่ามลพิษต่ำก้อนใหญ่อยู่อีกก้อน เนื้อสองชิ้นนี้เธอคงเก็บไว้กินเองแน่นอน

อืม... เก็บไว้สักครึ่งชิ้นก็น่าจะพอ

เจ้าหน้าที่ยิ้มส่ายหัว ขณะชั่งน้ำหนักเนื้อสัตว์กลายพันธุ์สองก้อนนั้นก็พูดว่า "ราคารับซื้อที่ผมให้คือชั่งละ 280 พอใจไหมครับ?"

อันหรานพยักหน้า "ก็ได้ แต่ถ้าคุณกดราคาฉันล่ะก็ วันหลังฉันจะไม่มาแลกที่ช่องคุณอีก"

เจ้าหน้าที่พวกนี้เวลาได้รับวัตถุดิบระดับสูง มักจะได้ค่าคอมมิชชันนิดหน่อย เรื่องนี้เป็นที่รู้กัน

อันหรานเลยยกเรื่องนี้มาขู่ดักคอไว้ก่อน

เจ้าหน้าที่หัวเราะแห้งๆ "ราคาสูงสุดแล้วครับ ไม่เชื่อลองไปถามคนอื่นดูได้..."

ระหว่างที่คุยกัน เสี่ยวหลี่ก็เดินเข้ามาจากข้างนอก พอเห็นอันหรานอยู่ที่ช่องบริการอื่นก็รีบเดินเข้ามาดูทันที

"อ้าว? คุณมาขายเนื้อสัตว์กลายพันธุ์อีกแล้วเหรอ?" เสี่ยวหลี่จ้องมองเนื้อสดก้อนโตสองก้อนด้วยแววตาซับซ้อน

"ใช่ เมื่อกี้ไม่เห็นคุณน่ะ" อันหรานตอบตามความจริง

เธอไม่เห็นเสี่ยวหลี่จริงๆ ก็เลยเลือกมาที่ช่องนี้

เจ้าหน้าที่เห็นว่าทั้งสองคนรู้จักกันก็เริ่มลนลาน รีบพูดขึ้นว่า "ชั่งเสร็จแล้วครับ ทั้งหมด 77 ชั่ง 7 ขีด จะให้โอนแต้มเลยไหมครับ?"

อันหรานพยักหน้า ยื่นนาฬิกาข้อมือให้

เจ้าหน้าที่กดแป้นพิมพ์รัวเร็วอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็โอนสำเร็จ

แต้มจำนวน 21,756 แต้ม เข้าบัญชีเรียบร้อย

อันหรานมองยอดคงเหลือในบัญชี แล้วถามเจ้าหน้าที่ "ที่นี่มีข้าวสารกับเครื่องปรุงขายไหม? ฉันอยากซื้อหน่อย"

อาหารในโรงอาหารเล็กแพงเกินไป ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เธอก็ไม่อยากไปกิน ตอนนี้มีถุงสมบัติแล้ว ซื้อข้าวสารอาหารแห้งกับเครื่องครัวไปทำกินเองคุ้มกว่าเยอะ

"ข้าวสาร?" เจ้าหน้าที่ส่ายหน้า "ไม่มีครับ แต่มีแป้งสาลีโฮลวีตอยู่บ้าง ชั่งละร้อยแต้ม ส่วนเครื่องปรุงก็มีแค่เกลือ เป็นเกลือที่มีค่ามลพิษระดับกลาง วางใจกินได้ครับ"

"งั้นก็ได้ เอาแป้งสาลี 10 ชั่ง เกลือ 2 ชั่ง แล้วก็หม้ออัลลอยด์ 2 ใบ เอาใบใหญ่กับใบเล็กอย่างละใบนะ แบบที่ผัดกับต้มได้ กาต้มน้ำด้วยอีกหนึ่ง"

อันหรานสั่งของรัวๆ "ขอเตาด้วย แบบที่ใช้ทำกับข้าวได้ ตะหลิวกับมีดทำครัวอย่างละหนึ่ง ถังแก๊สขนาดเล็กด้วยอีกถัง..."

เจ้าหน้าที่มุมปากกระตุก ทยอยหยิบของทั้งหมดออกมาวางบนเคาน์เตอร์

แม่หนูนี่จะแต่งงานหรือไง? ทำไมถึงซื้อเครื่องเรือนเยอะแยะขนาดนี้?

อันหรานไม่สนว่าเจ้าหน้าที่จะคิดยังไง เธอกวาดซื้อของไปกองโต แถมยังขอยืมตะกร้าสะพายหลังใบใหญ่จากเขามาใส่ของด้วย

แต้มสองหมื่นกว่ายังไม่ทันจะอุ่นกระเป๋า เผลอแป๊บเดียวโดนตัดไปห้าพัน

นี่ขนาดเจ้าหน้าที่ใจดีปัดเศษทิ้งให้แล้วนะ

อันหรานแบกตะกร้าใบใหญ่เดินออกมาจากจุดแลกเปลี่ยน ก็เห็นเสี่ยวหลี่ยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับรออยู่ในมุมมืด

"มีอะไร?" อันหรานงุนงง

เสี่ยวหลี่มองไปที่จุดแลกเปลี่ยนแวบหนึ่ง แล้วกระซิบว่า "แอดเพื่อนกันไว้ก่อนสิครับ"

อันหรานกระพริบตา มองสำรวจเสี่ยวหลี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า

หน้าตาดำแดง ตัวก็เตี้ย แถมจมูกยังบานเหมือนหัวกระเทียม ดูไม่ดีเอาซะเลย รู้สึกว่าเขาไม่คู่ควรกับเธอสักนิด

เธอจึงปฏิเสธเสียงแข็ง "ช่างเถอะ เราไม่เหมาะสมกันหรอก"

เสี่ยวหลี่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก รีบแก้ตัวพัลวัน "มะ...ไม่ใช่ครับ ผมหมายถึงแอดเพื่อนกันไว้ เวลาคุณมีของอะไรจะแลก ก็ส่งข้อความบอกผมได้เลย เดี๋ยวผมปลีกตัวไปรับให้"

เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนเสริมว่า "รับรองไม่ให้คุณเสียเปรียบแน่นอน"

อันหรานถึงบางอ้อ ยกมือเกาจมูกแก้เขิน แล้วรีบกดนาฬิกาข้อมือยื่นไปตรงหน้าเสี่ยวหลี่

พอแอดเพื่อนกันเสร็จ เสี่ยวหลี่ก็เดินจากไปอย่างพอใจ

พอกลับถึงห้องพักชั้นสี่ อันหรานตรวจสอบคูลดาวน์ของยา พบว่าหมดเวลาคูลดาวน์แล้ว

เธอรีบหยิบยาฟื้นฟูขึ้นมาดื่มหนึ่งขวด แต่ค่าพลังกายใจก็เพิ่มขึ้นแค่ 5 แต้มเหมือนเดิม

ดูท่าว่ายาระดับต้นจะเริ่มไม่มีผลกับเธอแล้วสินะ

อันหรานถอนหายใจ แล้วตักเนื้อกระต่ายกลายพันธุ์ต้มน้ำเปล่าที่ทำไว้ก่อนหน้านี้มากินชามหนึ่ง พลังกายใจถึงฟื้นกลับมาอยู่ที่ 8 แต้ม

จากนั้นเธอก็เริ่มจัดของเข้าที่เก็บ

เธอเปิดปากถุงสัตว์อสูร ลองเอานิ้วแหย่เข้าไปควานดู แต่ก็ไม่เจออะไรเลย

ทั้งที่เนื้อก้อนนั้นมันก็อยู่ในถุงแท้ๆ มองเห็นแต่จับไม่ได้

อันหรานเลยต้องลองนึกในใจว่า 'เอาออก'

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวอีกครั้ง

[ต้องการใช้พลังกายใจ 1 แต้ม เพื่อนำเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ระดับสองออกมาหรือไม่?]

อะไรนะ? เอาออกก็ต้องเสียพลังกายใจด้วยเหรอ?

หน้าของอันหรานดำทะมึนราวกับก้นหม้อ

แต่ยังไงก็ต้องเอาออกมา ไม่งั้นเธอก็ลองเก็บตะกร้าสะพายหลังเข้าไปไม่ได้

เพราะพื้นที่ในถุงมีแค่ 1 ลูกบาศก์เมตร ถ้าจัดสรรไม่ดี คงเสียพลังกายใจไปฟรีๆ อีกเยอะแน่

"เอาก็เอาฟะ ไอ่ระบบหน้าเลือด!"

อันหรานโยนถุงสัตว์อสูรลงอย่างหงุดหงิด แล้วหันไปจัดของในตะกร้าสะพายหลัง พอมีที่ว่างนิดหน่อยก็ยัดเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ระดับ 3 (เนื้อจิงโจ้) ลงไป

เนื้อสัตว์กลายพันธุ์ระดับสองโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า ตกลงบนเตียงดังตุบ

อันหรานหยิบมันไปวางไว้ข้างๆ ด้วยความรังเกียจ แล้วเอาปากถุงจ่อไปที่ตะกร้าสะพายหลัง นึกในใจว่า 'เก็บ'

ตะกร้าสะพายหลังหายวับไปทันตา รวมถึงของที่อยู่ข้างในทั้งหมดด้วย

เอ๊ะ? ทำไมรอบนี้ไม่มีเสียงเตือน?

อันหรานแปลกใจ รออยู่ครู่หนึ่ง ค่าพลังกายใจก็ไม่ลดลงสักแต้ม

แปลกแฮะ อันหรานคิดไม่ตก แต่ก็ถือเป็นเรื่องดี

เธอลองเขี่ยถุงหนัง แล้วเอาตาข้างหนึ่งแนบส่องดูข้างใน

เห็นตะกร้าสะพายหลังลอยเท้งเต้งอยู่ในถุง ดูเหมือนอยู่ห่างไกลออกไปมาก

ความรู้สึกเหมือนกำลังดูกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอนาฬิกาข้อมือเล็กๆ ไม่มีผิด

อันหรานคิดสักพัก ลองนึกว่า 'เอาออก' โดยหันปากถุงลงพื้น

ตะกร้าใบใหญ่โผล่พรวดออกมา ตั้งวางบนพื้นอย่างมั่นคง ของข้างในอยู่ครบทุกชิ้น

ก็ยังไม่มีเสียงเตือน และไม่เสียค่าพลังกายใจ

เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าระบบเกิดสำนึกผิด เลยไม่หักพลังกายใจแล้ว?

แต่เธอรู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล

อันหรานเลยลองเอาปากถุงจ่อไปที่เป้สะพายหลังของตัวเอง แล้วนึกว่า 'เก็บ'

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นทันที

[ต้องการใช้พลังกายใจ 2 แต้ม เพื่อเก็บเป้สะพายหลัง 1 ใบหรือไม่?]

มาอีกแล้ว? ดูท่าว่าบั๊กน่าจะอยู่ที่ของในตะกร้าสะพายหลังนั่นแหละ

อันหรานรื้อค้นในตะกร้า สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ระดับสามก้อนนั้น

หรือเป็นเพราะถุงสมบัติใบนี้ เดิมทีมันก็เป็นส่วนหนึ่งของเจ้าของเนื้อก้อนนั้นหรือเปล่านะ?

. . .

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 21 ซื้อเครื่องครัว ทำอาหารกินเอง

ตอนถัดไป