ตอนที่ 22 วิธีใช้ถุงสัตว์อสูรที่ถูกต้อง

ตอนที่ 22 วิธีใช้ถุงสัตว์อสูรที่ถูกต้อง

อันหรานคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบมีดสั้นออกมาเฉือนเนื้อจิงโจ้กลายพันธุ์ออกมาชิ้นเล็กๆ

รู้สึกว่าชิ้นเนื้อยังใหญ่ไป ก็เลยหั่นให้เหลือขนาดเท่าปลายนิ้ว

จากนั้นห่อด้วยกระดาษ แล้วยัดใส่เป้สะพายหลัง

นึกในใจว่า 'เก็บ'

ชั่วพริบตา เป้สะพายหลังก็หายวับไป

ค่าพลังกายใจของเธอไม่ลดลงเลยจริงๆ

อันหรานข่มความตื่นเต้นในใจ แล้วนึกว่า 'เอาออก'

เป้สะพายหลังก็โผล่ออกมา

ฮ่าๆ! เธอเจอบั๊กวิธีเก็บของเข้าถุงสมบัติแล้วจริงๆ!

แต่พอลองคิดดูอีกที ถ้าเนื้อเน่าหรือสุกแล้ว มันจะยังใช้ได้ผลไหมนะ?

ลองต้มเนื้อดูหน่อยดีไหม?

ถ้าทำได้จริง เนื้อสุกย่อมเก็บรักษาได้นานกว่าเนื้อดิบอยู่แล้ว

คิดได้ดังนั้นก็ลงมือทำทันที

อันหรานหยิบถังแก๊สขนาดเล็กที่เพิ่งซื้อมาออกจากตะกร้าสะพายหลัง ตามด้วยหม้อใบใหญ่ เช็ดทำความสะอาดนิดหน่อย แล้วล้างน้ำรอบหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มหั่นเนื้อใส่ลงไป

แน่นอนว่าเนื้อ 40 ชั่งต้มทีเดียวไม่หมด ต้องแบ่งต้มหลายรอบ

เพื่อประหยัดเวลาและลดขั้นตอน เธอแบ่งเนื้อจิงโจ้กลายพันธุ์ระดับสามออกเป็นสามส่วน หั่นเป็นชิ้นลูกเต๋าเล็กๆ ทั้งหมด เติมน้ำ เติมเกลือ แล้วต้มเปล่าๆ

ระหว่างรอเนื้อสุก เธอเดินไปที่หน้าต่างบานเล็ก ปิดไฟพลังงานแสงอาทิตย์ รูดม่านหนาเปิดออก แล้วมองลอดมุ้งลวดตาข่ายเหล็กออกไปข้างนอก

ข้างนอกมืดสนิท ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังมาเป็นระยะ

เสียงเหมือนพวกมันกำลังกัดกันหรือไม่ก็แย่งอาหารกันอยู่

ยังดีที่พวกมันไม่ได้บุกเข้ามากระแทกกำแพงค่าย

แต่บนกำแพงก็มีประกายไฟแลบแปลบปลาบเป็นระยะ พร้อมกับเสียงปืนดังประปราย น่าจะเป็นพวกทีมทหารรับจ้างที่คอยเฝ้าเวรยาม ป้องกันไม่ให้สัตว์กลายพันธุ์ปีนข้ามกำแพงเข้ามา

เพราะสัตว์กลายพันธุ์บางชนิดปีนป่ายเก่ง เผลอแป๊บเดียวพวกมันก็อาจจะโผล่ขึ้นมาบนกำแพงสูงได้

พอได้ยินเสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นไม่กี่ครั้ง อันหรานก็เริ่มใจคอไม่ดี

นั่นมันเสียงของสัตว์ยักษ์ พวกมันยังไม่ไปไหน แต่โชคดีที่ยังไม่โจมตีค่าย

แต่นี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย

นอกค่ายมีซากสัตว์กลายพันธุ์กองพะเนิน พวกสัตว์ยักษ์ต้องกำลังกินซากพวกนั้นอยู่แน่ๆ!

พอนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง อันหรานก็ขนลุกซู่

ถ้าพวกมันกินซากสัตว์ข้างนอกหมดแล้วยังไม่ยอมไป ค่ายนี้มิต้องกลายเป็นยุ้งฉางสำรองของพวกมันหรอกหรือ?

เธอเคยได้ยินมาว่า สัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงมักจะมีนิสัยหวงถิ่น ถ้าพวกมันเล็งที่ไหนไว้แล้ว ก็จะเฝ้าไม่ยอมไปไหนจนกว่าจะกินอาหารในถิ่นนั้นจนหมด

อันหรานสีหน้าเคร่งเครียด รีบรูดม่านปิดหน้าต่าง แล้วเปิดไฟพลังงานแสงอาทิตย์

เธอนั่งยองๆ ข้างถังแก๊ส เหม่อมองไอขาวที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากหม้อใบใหญ่

ถ้าถึงขั้นนั้นจริงๆ เธอคงต้องหนีเป็นคนแรก

แต่ข้างนอกเต็มไปด้วยสัตว์กลายพันธุ์ ค่ายพักแรมนี้ก็อยู่ห่างจากฐานที่มั่นหลักตั้งร้อยกว่าลี้ เธอจะกลับไปได้อย่างปลอดภัยเหรอ? เฮ้อ ปวดหัวชะมัด

ไม่นานเนื้อหั่นเต๋าก็สุกได้ที่หม้อหนึ่ง เธอตักขึ้นมาพักไว้ในกะละมังล้างหน้า แล้วต้มต่อหม้อถัดไป

เธอหยิบเนื้อสุกชิ้นเล็กๆ ยัดใส่เป้สะพายหลัง แล้วเอาปากถุงหนังจ่อ นึกในใจว่า 'เก็บ'

เป้สะพายหลังหายวับไปทันที

อันหรานหัวเราะหึๆ แล้วยัดเนื้อสุกอีกชิ้นลงในตะกร้าสะพายหลังใบใหญ่ เอาปากถุงจ่อ "เก็บ!"

ตะกร้าใบใหญ่ก็หายวับไปเช่นกัน

อันหรานตาโต แทบไม่อยากเชื่อสายตา

ของสองอย่างนี้รวมกันปริมาตรเกิน 1 ลูกบาศก์เมตรแน่ๆ ทำไมถึงยัดเข้าไปได้หมด?

เธอมองไปที่เตียงไม้เล็กๆ ในห้อง

ลองเก็บเตียงดูไหม?

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น: [พื้นที่ไม่เพียงพอ ไม่สามารถเก็บได้]

อันหรานรู้สึกเสียดาย

แต่คิดอีกที ถุงใบจิ๋วนี้ใส่ทั้งเป้ใบใหญ่และตะกร้าใบโตได้พร้อมกัน ก็ถือว่าเซอร์ไพรส์มากแล้ว

คนเราอย่าโลภมาก เดี๋ยวฟ้าจะลงโทษ

อย่างมากต่อไปก็แค่พยายามยัดของใส่เป้หรือตะกร้าให้ได้มากที่สุดก็พอ

อื้ม ต้องได้ผลแน่!

พอนึกว่าต่อไปนี้จะเดินทางตัวปลิว ไม่ต้องแบกเป้หนักอึ้งวิ่งรอกไปมาอีกแล้ว อันหรานก็ยิ้มแก้มปริ

แต่เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต คงต้องหาเป้ใบเล็กๆ มาสะพายบังหน้าไว้หน่อย ไม่งั้นถ้ามีคนรู้ว่าเธอเสกของเก็บได้ คงเป็นเรื่องใหญ่แน่

อันหรานหยิบเนื้อสุกชิ้นเล็กๆ เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอารมณ์ดี

เนื้อต้มรอบนี้อร่อยกว่าเนื้อกระต่ายคราวก่อน สงสัยเพราะใส่เกลือ

แต่ก็ยังเทียบกับหมูสามชั้นน้ำแดงฝีมือพี่สะใภ้อวี๋ไม่ได้เลยสักนิด

แต่ของแบบนี้ต้องฝึกฝน เธอเชื่อว่าสักวันตัวเองต้องทำหมูสามชั้นน้ำแดงอร่อยๆ ได้แน่

พอพูดถึงหมูสามชั้นน้ำแดง อันหรานก็นึกถึงพวกซันชีขึ้นมา

ไม่รู้ว่าสามคนนั้นฟื้นหรือยัง เดี๋ยวฟ้าสว่างค่อยแวะไปดู

พอกินเนื้อไปอีกครึ่งชาม อันหรานก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู

ค่าพละกำลังเพิ่มขึ้น 1 แต้มจริงๆ ตอนนี้อยู่ที่ 21 แล้ว

ส่วนค่าพลังกายใจก็ค่อยๆ ฟื้นกลับมาเป็น 12 แต้ม สงสัยนอนสักตื่นคงเต็มพอดี

รอต้มเนื้อหม้อสุดท้ายเสร็จ เธอจะรีบนอนทันที

อันหรานเลยนั่งเฝ้าหน้าเตา ฝืนถ่างตาที่แทบจะปิดลงรอมร่อ สลึมสลือจนในที่สุดเนื้อก็สุก

เธอปิดแก๊ส เปิดม่านหนาให้ห้องระบายอากาศ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง หลับเป็นตายในวินาทีนั้น

หลับสนิทไร้ฝัน จนกระทั่งสะดุ้งตื่นเพราะเสียงทุบประตูดังลั่น

ปัง! ปัง! ปัง!

"ออกมาฆ่าแมลงกันให้หมด! เร็วเข้า!" เสียงตะโกนดังมาจากข้างนอก "ไม่งั้นจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ!"

อันหรานสะดุ้งโหยง กระเด้งตัวจากเตียง ยืนงงอยู่แป๊บหนึ่งก่อนจะรีบไปเปิดประตู "มาแล้วๆ!"

เห็นเจ้าหน้าที่ติดอาวุธครบมือหลายคนกำลังไล่ทุบประตูห้องพักอย่างดุดัน

อันหรานขยี้ผมสั้นที่ยุ่งเหยิงโผล่หน้าออกไปให้เห็นตัวก่อน เดี๋ยวพวกนั้นจะพังประตูเข้ามาจริงๆ

ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ถ้าไม่มีประตูห้อง ที่พักของเธอคงโดนใครต่อใครบุกรุกได้ง่ายๆ

เจ้าหน้าที่มองเธอแวบหนึ่ง ไม่ได้ดุด่าอะไร แค่สั่งกำชับว่า "ตอนนี้ข้างนอกแมลงบุกหนักมาก รีบลงไปข้างล่าง ฟังคำสั่งจากหน่วยรักษาความปลอดภัยแล้วช่วยกันกำจัดแมลง ห้ามใครอู้งานเด็ดขาด!"

"ได้ค่ะ เดี๋ยวขอเก็บของแป๊บหนึ่ง จะรีบตามลงไป"

น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง อันหรานไม่มีทางไปงัดข้อกับพวกทหารพวกนี้หรอก แต่เรื่องรับปากส่งเดชแล้วทำตามใจตัวเองน่ะถนัดนัก

เธอมุดกลับเข้าห้อง ปิดประตู รีบเก็บข้าวของ อะไรยัดลงเป้ได้ก็ยัด อะไรยัดลงตะกร้าได้ก็ยัด จนล้นทะลัก

เหลือไว้แค่อุปกรณ์สวมใส่ ยา อาวุธ แล้วก็เนื้อสัตว์กลายพันธุ์ระดับสองก้อนนั้น

เนื้อก้อนนี้ยังไม่ได้ต้ม เป็นเนื้อดิบ เก็บไว้นานไม่ได้

เธอเลยส่งข้อความหาเสี่ยวหลี่ "ฉันมีเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ระดับสองอยู่ก้อนหนึ่ง หนัก 30 ชั่ง ค่ามลพิษต่ำ คุณเอาไหม?"

เสี่ยวหลี่ตอบกลับทันควัน "เอา! คุณอยู่ตึกไหน? เดี๋ยวผมไปรับเดี๋ยวนี้"

"ตึก 7 ชั้น 4 ห้อง 59 รีบมานะ ฉันต้องรีบออกไปข้างนอก"

ส่งข้อความเสร็จ อันหรานก็หิ้วกาน้ำไปกดน้ำ แล้วแวะเข้าห้องน้ำรวมล้างหน้าแปรงฟัน

พอกลับมา ก็เห็นเสี่ยวหลี่ยืนเหงื่อท่วมรออยู่หน้าห้องแล้ว

"มาแล้วเหรอ" อันหรานทักทาย แล้วไขกุญแจเปิดประตู

เสี่ยวหลี่ยิ้มแหยๆ พยักหน้า ยืนถูมือรออยู่หน้าห้อง

อันหรานเข้าไปหยิบเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ระดับสองออกมาส่งให้เขา "ก้อนนี้แหละ น่าจะหนักสัก 30 ชั่ง"

เสี่ยวหลี่รีบเอาถุงสุญญากาศมาใส่เนื้อไว้อย่างดี ในใจก็นึกสงสัยว่าทำไมแม่สาวคนนี้ถึงหาเนื้อมาได้เป็นก้อนสวยงามขนาดนี้ตลอด

เนื้อหนูระดับสอง 20 ชั่งคราวก่อนก็ว่าแปลกแล้ว นี่เนื้อ 30 ชั่งก็ยังตัดมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเป๊ะๆ ไปเฉือนมาจากสัตว์ยักษ์ตัวไหนกันนะ?

ถึงจะสงสัย แต่เขาก็ยังคงท่าทีนอบน้อม "เดี๋ยวผมเอาไปตรวจสอบก่อน แล้วจะแจ้งตัวเลขกับราคาให้ทราบนะครับ"

อันหรานพยักหน้า สายตามองไปที่ถุงสุญญากาศในมือเขา "ถุงแบบนั้นคุณมีขายไหม?"

"มีครับ มี!" เสี่ยวหลี่รีบตอบ "ใบเล็ก 20 แต้ม ใบใหญ่ 50 แต้มครับ"

อันหราน "โอเค เดี๋ยวฉันจะแวะไปซื้อสักสองสามใบ แล้วก็เป้สะพายหลังใบเล็กอีกใบ เตรียมไว้ให้ด้วยนะ"

"ได้เลยครับ!" เสี่ยวหลี่รับคำแล้วรีบวิ่งจากไป

อันหรานปิดประตู หยิบเนื้อกระต่ายมากินกำมือหนึ่ง แล้วจัดการเก็บทั้งเป้และตะกร้าเข้าถุงสัตว์อสูร

เชื่อเขาเลย เก็บเข้าไปได้จริงๆ ด้วย

คราวนี้อันหรานวางใจได้เสียที

เธอยัดถุงหนังใบจิ๋วใส่กระเป๋าคาดเอวที่แนบติดตัว สวมชุดป้องกัน คว้าอาวุธ แล้วเดินออกจากห้อง

พอลงมาถึงชั้นสอง ก็แวะไปดูพวกซันชีที่ห้อง 48

ตอนนี้ค่าพลังกายใจของเธอฟื้นเต็มเปี่ยม 21 แต้มแล้ว ได้เวลาลองของใหม่ 'เนตรสำรวจ' ดูสักที

. . .

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 22 วิธีใช้ถุงสัตว์อสูรที่ถูกต้อง

ตอนถัดไป