ตอนที่ 29 บาดเจ็บภายใน

ตอนที่ 29 บาดเจ็บภายใน

หนิงเหมยเห็นอันหรานยืนกรานแบบนั้น ก็จำใจต้องแบกเป้ใบใหญ่เดินตามหลังไป

พอเข้าใกล้สัตว์ยักษ์ในระยะ 20 กว่าเมตร เธอก็หยุดไม่กล้าเข้าไปใกล้กว่านี้ กระซิบเสียงเบา "ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นรีบเรียกพี่นะ"

"ตกลงค่ะ"

อันหรานอ้อมไปทางด้านข้างของสัตว์ยักษ์ ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้

นกสาลิกาน้อยเกาะอยู่บนไหล่เธอ จ้องมองสัตว์ยักษ์อย่างระแวดระวัง

ยิ่งเข้าใกล้ อันหรานก็ยิ่งใจเต้นรัวเหมือนตีกลอง

สัตว์ยักษ์ตัวมหึมาเหมือนภูเขาลูกย่อมๆ นี้ไม่เพียงแต่ดูน่าเกรงขาม แต่ยังแผ่แรงกดดันมหาศาลออกมาด้วย

อันหรานตั้งสติ จับนกสาลิกาน้อยออกจากไหล่ แล้วโยนขึ้นไปบนฟ้าทางด้านหลัง "บินไปก่อน ไปไกลๆ เลย"

นกสาลิกาน้อยงงเป็นไก่ตาแตกที่จู่ๆ ก็ถูกโยน มันบินวูบขึ้นไปบนฟ้า ร้องจิ๊บๆ จ๊าบๆ อย่างไม่พอใจ

อันหรานไม่สนใจมัน เดินหน้าเข้าหาสัตว์ยักษ์ต่อ

สัตว์ยักษ์ที่ติดหล่มยังคงร้องโหยหวน แต่ความถี่เริ่มลดลง

ส่วนตัวที่อยู่บนฝั่งก็วิ่งพล่านด้วยความโกรธเกรี้ยว พอเห็นเงามนุษย์ก็พุ่งเข้าชนอย่างบ้าคลั่ง

ทำให้พวกทหารรับจ้างได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้บ่อ

อันหรานชอบใจสถานการณ์แบบนี้ เธอไม่อยากให้ใครเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของเธออยู่แล้ว

แต่โดรนสองลำบนฟ้านั่นมันอะไรกัน?

อยากจะสอยให้ร่วงจริงๆ

คิดยังไม่ทันขาดคำ จู่ๆ นกสาลิกาน้อยก็บินพุ่งเข้าหาโดรนสองลำนั้น เหมือนเห็นเป็นศัตรู

แต่โดรนก็ไม่ใช่กระจอก มันยิงสวนกลับทันที

นกสาลิกาน้อยหลบไม่ทัน โดนสอยขนร่วงไปหลายเส้น

คราวนี้เรื่องใหญ่แล้ว

นกสาลิกาน้อยกรีดร้องเสียงแหลม ไม่นานนกสาลิกาจำนวนมหาศาลก็บินมาจากทุกสารทิศ

นกพวกนี้ตัวไม่เล็กเลย ใหญ่กว่าเจ้านกน้อยสองสามเท่า ดูท่าจะเป็นพวกรุ่นเก๋าที่อยู่มาหลายปี

เสียงร้องระงมไปทั่วท้องฟ้า ฝูงนกรุมทึ้งวัตถุประหลาดสองชิ้นอย่างดุเดือด ไม่นานโดรนทั้งสองลำก็ร่วงลงสู่พื้น

บนหลังคารถหุ้มเกราะที่อยู่ไกลออกไป ทหารรับจ้างที่ถือรีโมทบังคับโดรนยืนอ้าปากค้าง หัวใจสลายยับเยิน

"นกบ้าพวกนี้มาจากไหนวะ? เป็นบ้าอะไรมาลงที่โดรนฉันเนี่ย?"

คนบังคับอีกคนถลึงตาใส่ "ก็แกนั่นแหละ อยู่ดีๆ ไปยิงลูกมันทำไม? ทีนี้เป็นไง พลอยทำของฉันพังไปด้วยเลย"

"......"

อันหรานเห็นฉากฝูงนกรุมสกรัมโดรนแล้วก็โล่งใจ นึกขอบคุณตัวเองที่ไม่ได้ทำร้ายเจ้านกน้อย ไม่งั้นสภาพโดรนคงเป็นกระจกเงาสะท้อนอนาคตของเธอแน่ๆ

เธอเดินต่ออีกหน่อย ก็เข้าใกล้สัตว์ยักษ์ในระยะหนึ่งเมตร และลองใช้เนตรสำรวจดูก่อน

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม ได้รับค่าประสบการณ์การสำรวจ +10 ข้อมูลเป้าหมาย: สัตว์อสูรหนามเหล็กกลายพันธุ์ระดับ 5, อายุกระดูก 4 ปี, กายภาพ 320, พละกำลัง 400, ความว่องไว 25, พลังกายใจ 38, ทักษะ: อาณาเขต LV3 (ทำให้พื้นที่รอบตัว 15 เมตรเกิดภาวะหนืดหน่วง นาน 60 วินาที ใช้พลังกายใจ 10 แต้ม คูลดาวน์ 30 นาที)]

อันหรานเดาะลิ้น

กายภาพ 300 กว่า มิน่าล่ะกระสุนถึงยิงไม่เข้า

พละกำลัง 400 นี่ยิ่งน่ากลัว ถ้ามันพุ่งชนกำแพงค่าย ไม่รู้กำแพงจะรับไหวไหม

พอเห็นบรรทัดสุดท้าย อันหรานก็ตาเป็นประกาย พลังพิเศษของอสูรหนามเหล็กมีคูลดาวน์ตั้งครึ่งชั่วโมง

ตอนนี้คงยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงสินะ? ต้องรีบลงมือแล้ว

อันหรานก้าวเข้าไป ยื่นมือออกไปใช้ทักษะเก็บเกี่ยว

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 5 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +100 คุณได้รับค่ากายภาพ 5 แต้ม]

บ้าจริง! เก็บเกี่ยวสัตว์ระดับห้าต้องใช้พลังกายใจตั้ง 5 แต้มเลยเหรอ?

แต่ของที่ได้ก็เยอะอยู่ ถือว่าคุ้มทุน

พอได้ค่ากายภาพเพิ่มมา 5 แต้ม อันหรานรู้สึกเหมือนมีกระแสอุ่นๆ ไหลเวียนไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดภายในทุเลาลงไปเยอะ

เธอไม่รอช้า เก็บเกี่ยวรอบสองต่อเลย

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 5 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +100 คุณได้รับค่าพละกำลัง 2 แต้ม]

ของรางวัลลดลงแฮะ? แต่ช่างเถอะ เอาอีกๆ!

ตอนนี้สัตว์ยักษ์เริ่มคลุ้มคลั่ง การสูญเสียพลังชีวิตอย่างกะทันหันทำให้มันรู้สึกผิดปกติ

มันคำรามลั่น ดิ้นรนสุดชีวิต ร่างมหึมาจมอยู่ในโคลนตมในท่าคุกเข่า

แต่ขาทั้งสี่เหมือนถูกพันธนาการไว้แน่น ขยับไม่ได้เลย

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 5 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +100 คุณได้รับเขาสัตว์อสูรหนามเหล็ก 1 อัน ค่ามลพิษมาร 65 สามารถนำไปสร้างอาวุธคุณภาพสูงได้]

อันหรานมองเขาแหลมยาวเมตรครึ่งที่หล่นตุบอยู่ข้างเท้าอย่างตาค้าง

เกิดอะไรขึ้น?

ทำไมเขาบนหัวสัตว์ยักษ์ถึงหลุดออกมาได้? แถมยังเป็นเวอร์ชันย่อส่วนอีกต่างหาก

พอมองไปที่หัวสัตว์ยักษ์ ก็เห็นว่าเขาหายไปข้างหนึ่งจริงๆ

จะว่าหายก็ไม่เชิง เหมือนมันฝ่อลงกะทันหัน กลายเป็นเขาสีดำแห้งกรอบและเปราะบาง ต่างจากอีกข้างอย่างสิ้นเชิง

สัตว์ยักษ์เองก็งง มองเขาที่พื้นอย่างเหม่อลอย ไม่แน่ใจว่านั่นของตัวเองหรือเปล่า

แต่กลิ่นอายที่คุ้นเคยย่อมไม่ผิดเพี้ยน มดปลวกตัวจ้อยนี่หักอาวุธที่มันภาคภูมิใจที่สุดลงมาดื้อๆ

ความกลัวเริ่มเกาะกินหัวใจ

สัตว์ยักษ์ร้องโหยหวนอย่างหมดทางสู้: แม่จ๋าช่วยด้วย! หนูอยากกลับบ้าน

วินาทีนี้ อสูรหนามเหล็กกลัวจนหัวหด

อันหรานกะจะซ้ำอีกรอบ แต่เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น

[ใช้พลังกายใจ 5 แต้ม เก็บเกี่ยวล้มเหลว เป้าหมายถูกเก็บเกี่ยวครบจำนวนครั้งแล้ว]

ปัดโธ่! ที่แท้สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งเก็บเกี่ยวได้จำกัดครั้งนี่เอง รู้งี้ไม่น่าเสียพลังกายใจฟรีๆ ไปตั้ง 5 แต้มเลย

อันหรานคว้าเขาหนักอึ้งยาวเมตรครึ่งนั้นขึ้นมา แล้วหันหลังวิ่งหนี

หนักเอาเรื่องเหมือนกัน น่าจะสัก 50 กว่าชั่งได้

แต่น้ำหนักแค่นี้สำหรับเธอตอนนี้ ถือว่าจิ๊บจ๊อย

หนิงเหมยเห็นอันหรานแบกหนามยักษ์กลับมา ถึงกับพูดติดอ่าง "ธ...เธอไปเอาหนามยักษ์นั่นมาจากไหน?"

เมื่อกี้เธอเห็นชัดๆ ว่าแค่มือของเด็กสาวเข้าใกล้สัตว์ยักษ์ หนามยาวเฟื้อยก็ร่วงลงมาภายในไม่กี่วินาที

เล่นเอาเธอตกใจแทบแย่ นึกว่าสัตว์ยักษ์จะคลั่งสวนกลับ แต่กลับเงียบกริบ

"อย่าเพิ่งถาม รีบไปกันเถอะ!" อันหรานเหลือพลังกายใจแค่ 2 แต้ม อยู่ต่อก็ไม่มีประโยชน์ รีบชิ่งดีกว่า

"โอเคๆ!" หนิงเหมยอยากไปเต็มแก่แล้ว พอได้ยินแบบนั้นก็โล่งอกและกำลังจะคว้าเป้ แต่อันหรานคว้าตัดหน้าไปก่อน

อันหรานมัดหนามยาวเมตรครึ่งไว้บนยอดเป้ สะพายขึ้นหลัง แล้วลากหนิงเหมยวิ่ง

ตอนนี้ค่ากายภาพของเธอปาเข้าไป 26 แต้ม เกือบจะเท่าผู้มีพลังพิเศษระดับสาม แข็งแกร่งกว่าหนิงเหมยเยอะ

บวกกับพละกำลัง 25 แต้ม ต่อให้แบกหนิงเหมยวิ่งด้วยก็ยังไหว

ทั้งสองย่ำโคลนแห้งก้นบ่อวิ่งไปทางทิศตะวันออก อาศัยจังหวะที่สัตว์ยักษ์อีกตัวมัวแต่สนใจเพื่อนที่ติดหล่ม ปีนขึ้นฝั่งจากอีกด้าน

พอหลบพ้นสัตว์กลายพันธุ์ระดับต่ำมาได้จนถึงเขตปลอดภัย อันหรานมองไปทางค่ายพักแรมแล้วถาม "พี่หนิงเหมย พี่จะกลับฐานหรือไปกับฉัน?"

เธอแค่ถามไปงั้นแหละ ไม่ได้คิดจะพาหนิงเหมยไปด้วยจริงๆ เพราะสามีเธอยังอยู่ที่ค่าย

ส่วนตัวเธอเองไม่อยากกลับไปแล้ว กะว่าจะอาศัยช่วงเช้านี้เดินเท้าไปค่ายอื่น

ถือโอกาสเก็บเกี่ยวค่าสถานะระหว่างทาง เผลอๆ อาจดันค่าสถานะให้ทะลุ 30 ได้

"เธอจะไป?" หนิงเหมยแปลกใจ

อันหรานพยักหน้า "ฉันอยากกลับไปดูที่ฐานหลักน่ะ"

"ไม่ได้นะน้องสาว สัตว์อสูรยังบุกไม่เลิก เธอเดินทางคนเดียวอันตรายเกินไป"

หนิงเหมยคิดว่าเด็กสาวคนนี้ช่างเพ้อฝัน ชอบเสี่ยงเกินเหตุ "ถ้าเจอหมาป่ากลายพันธุ์ระหว่างทาง จะหนียังไงพ้น"

อันหรานชะงัก

จริงด้วย เธอลืมไอ้หมาป่ากลายพันธุ์พวกนั้นไปซะสนิท

พวกมันอยู่กันเป็นฝูง ดุร้าย เจ้าเล่ห์ แถมเร็วปานนรก ถ้าเจอเข้า ความเร็ว 22 แต้มของเธอคงไม่รอด

ช่างเถอะๆ กลับไปกบดานที่ค่ายก่อนดีกว่า

ตอนนี้อันหรานเชื่อคนง่าย รีบตอบตกลง "งั้นเชื่อพี่ รอให้สัตว์อสูรซาลงก่อนค่อยกลับฐาน"

"แบบนี้สิถึงจะถูก" หนิงเหมยดีใจ พูดเสริม "น้องสาว เธออยู่ตึกไหน แอดเพื่อนกันไว้เถอะ มีอะไรจะได้ส่งข่าวกัน"

"ได้สิ" อันหรานกดนาฬิกายื่นให้

หนิงเหมยเห็นหน้าจอนาฬิกาแตก ก็ถอนหายใจ รู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ

ช่างเป็นเด็กสาวที่จิตใจดีจริงๆ นาฬิกาพังก็ไม่ยอมซื้อใหม่ แต่กลับเอาเนื้อสัตว์ระดับสามมาขายให้เธอในราคาถูก

ต่อไปนี้เธอนับเด็กคนนี้เป็นน้องสาวแล้ว

ได้เจอเพื่อนร่วมตายที่นิสัยดีและไว้ใจได้ขนาดนี้ ถือว่าเธอโชคดีสุดๆ

พอแอดเพื่อนเสร็จ ทั้งสองก็เดินกะเผลกกลับไปทางค่ายพักแรม

เดินไปคุยไป "น้องสาว เธอแกล้งทำเป็นเจ็บภายในนะ อย่าฝืนเด็ดขาด ในค่ายมีผู้มีพลังพิเศษตั้งเยอะ ขาดเราไปสักสองคนไม่เป็นไรหรอก"

"อื้อ" อันหรานหลังค่อมลงทันตา เดินขากะเผลกหนักกว่าเดิม

เดินไปได้ไม่ไกล รถหุ้มเกราะคันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบ คนในรถโผล่หน้าออกมาถาม "พวกเธอไหวไหม?"

หนิงเหมยหน้าซีดชี้แขนที่หัก ทำเสียงน่าสงสาร "แขนฉันหัก เจ็บไปทั้งตัวเลย"

อันหรานไม่พูดพร่ำทำเพลง ทิ้งตัวสลบเหมือดลงกับพื้น

"น้องสาว! น้องสาวเป็นอะไรไป?"

หนิงเหมยอึ้งไปนิด ก่อนจะสวมบทบาทร้องไห้โฮอย่างสมจริง "เมื่อกี้เห็นเธอกระอักเลือดด้วย สงสัยจะบาดเจ็บภายในแน่ๆ เลย ฮือๆๆ"

. . .

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 29 บาดเจ็บภายใน

ตอนถัดไป