ตอนที่ 31 เตรียมหนีตาย

ตอนที่ 31 เตรียมหนีตาย

"งั้นชดเชยเป็นแต้มให้พวกคุณก็แล้วกัน"

กู้เส้าชวนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "ตอนนี้ทรัพยากรในค่ายขาดแคลน สิ่งที่พวกคุณอยากได้เราคงหาให้ไม่ได้ แต่ผมขอรับรองด้วยตัวเองว่าจะชดเชยให้คนละ 50,000 แต้ม พวกคุณต้องการอะไร ไว้กลับถึงฐานหลักค่อยไปหาซื้อเอา"

หนิงเหมยตาลุกวาว รีบเอาศอกขวาสะกิดอันหรานยิกๆ บอกใบ้ให้รีบตกลง

"ก็ได้ค่ะ ขอบคุณหัวหน้ากู้มาก" อันหรานจะพูดอะไรได้อีก ก็ได้แต่ยื่นนาฬิกาข้อมือไปให้เขาสแกนโอนเงินอย่างไม่อิดออด

พอเสียงแจ้งเตือนเงินเข้าดังขึ้น อันหรานก็กลับมาทำท่าหลังค่อม กุมหน้าอกเดินลงจากรถทันที

หนิงเหมยรีบตามลงมา ใบหน้าเปื้อนยิ้มแบบปิดไม่มิด

"อันหราน! เป็นยังไงบ้าง?" ซันชีกับพี่ชายพี่สะใภ้วิ่งเข้ามาประคองเด็กสาวที่ทำท่าจะล้มแหล่มิล้มแหล่ ถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง

ถึงพวกเขาจะไม่เห็นตอนอันหรานบาดเจ็บ แต่ข่าวเรื่องสัตว์ยักษ์กระทืบทีมแนวหน้าตายเกลื่อนก็แพร่สะพัดไปทั่วค่ายแล้ว

ซันชีกับซ่งต้าไห่เลยรีบวิ่งมาดูที่ห้องพยาบาล แล้วก็เจออันหรานลงจากรถหุ้มเกราะพอดี

"ก็ยังไหว" อันหรานตอบเสียงเบา ทิ้งน้ำหนักตัวพิงซันชี แล้วแอบเหลมองท้องฟ้าหานกสาลิกาน้อย

เป็นไปตามคาด ท้องฟ้าเหนือค่ายว่างเปล่าไร้เงานก คงบินไปที่อื่นกันหมดแล้ว

หลังจากพักรักษาตัวในห้องพยาบาลอยู่หนึ่งชั่วโมง ได้รับการรักษาจากผู้ใช้พลังรักษา อาการเจ็บปวดภายในและแผลฟกช้ำดำเขียวก็หายเป็นปลิดทิ้ง แม้แต่พลังกายใจที่เสียไปก็ฟื้นกลับมาอย่างรวดเร็ว

คราวนี้อันหรานไม่กล้าใช้เนตรสำรวจสุ่มสี่สุ่มห้าแล้ว เลยถามหมอไปตรงๆ ว่า "รักษาครั้งหนึ่งต้องใช้กี่แต้มคะ?"

หมอผู้หญิงวัยสี่สิบกว่าๆ ที่ทำหน้าเคร่งขรึมมาตลอด พอได้ยินคำถามก็มีสีหน้าอ่อนโยนลงนิดหน่อย "ขึ้นอยู่กับอาการบาดเจ็บ ถ้าเจ็บเล็กน้อยก็ครั้งละ 500 แต้ม ถ้าเจ็บหนักก็ครั้งละ 1000 แต่ต้องรักษากันหลายวันหน่อย"

อันหรานเดาะลิ้น แพงเอาเรื่อง แต่ก็พอรับได้

เผื่อวันไหนพลังกายใจหมดเกลี้ยงแล้วต้องรีบใช้ มาจ้างหมอคนนี้รักษาก็เข้าท่าดี

"ขอแอดเพื่อนไว้ได้ไหมคะ? วันหลังเจ็บตัวจะได้มาหาคุณ" อันหรานยื่นนาฬิกาให้

หมอสาวยินดีให้แอด ทั้งสองเลยแลกคอนแทกต์กัน

อันหรานเข้าไปดูโปรไฟล์ ถึงได้รู้ว่าเธอชื่อ จ้าวซาน เป็นผู้ใช้พลังรักษาระดับ 2 เจ้าหน้าที่สังกัดฐานทัพชิงเชวี่ย ตอนนี้ประจำการอยู่ที่ห้องพยาบาลค่าย 98

บอกลาหมอจ้าวเสร็จ อันหรานก็แวะไปเยี่ยมหนิงเหมยที่ห้องพักฟื้น

หนิงเหมยเพิ่งออกจากห้องผ่าตัด แขนซ้ายถูกพันผ้าพันแผลจนหนาเตอะ

คุยกันได้สักพัก อันหรานก็ให้ซันชีพยุงเดินออกจากห้องพยาบาล

แต่พอถึงหน้าประตู ก็ดันไปเจอไอ้หนุ่มหัวทองคนเดิม กำลังพาพวกมารุมด่าผู้ชายหน้าซีดคนหนึ่ง

"พี่! แต้มที่พี่สะใภ้ได้มาทำไมไม่เอาเข้ากองกลาง? เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ แถมยังออกภารกิจด้วยกันอีก พี่ทำแบบนี้กะจะฮุบ 50,000 แต้มไว้คนเดียวเหรอ?"

ผู้ชายที่ถูกเรียกว่าพี่หน้าเขียวคล้ำ โกรธจนพูดไม่ออก

พวกที่เหลือก็ช่วยกันผสมโรง "ใช่สิพี่ พี่สะใภ้ออกไปทำภารกิจก็ในนามครอบครัวเรา จะมางุบงิบแต้มไว้คนเดียวได้ไง ถ้าทุกคนทำแบบนี้ บ้านแตกสาแหรกขาดพอดี"

"งั้นก็แตกกันไปเลย!" ชายหนุ่มระเบิดอารมณ์ออกมา ผลักไอ้หัวทองที่ขวางทางอยู่ แล้วเดินโซซัดโซเซกลับเข้าไปในห้องพยาบาล

พวกนั้นอึ้งไปนิดหนึ่ง พอตั้งสติได้ก็จะวิ่งตามเข้าไป แต่โดนยามหน้าประตูขวางไว้

"คนนอกห้ามเข้า!"

ยามสองคนนี้ยืนฟังเรื่องชาวบ้านมาตั้งแต่ต้น รู้สึกขยะแขยงความหน้าด้านของคนพวกนี้ เลยจงใจกั้นไม่ให้เข้า

สุดท้ายพวกนั้นก็ได้แต่ด่าทอสาปแช่งก่อนเดินจากไป ทิ้งท้ายไว้อย่างอาฆาตมาดร้าย "เก่งจริงก็กอดห้าหมื่นแต้มนั่นแล้วไสหัวออกจากตระกูลไปเลย ถุย! ผัวก็พิการ เมียก็แขนด้วน คอยดูเถอะจะมีทีมไหนรับไอ้พวกขยะอย่างพวกแกเข้าทีม"

อันหรานมองส่งพวกนั้นด้วยความสงสัย

หนิงเหมยเพิ่งได้แต้มมาหมาดๆ ทำไมรู้กันเร็วจัง? เธอก็ไม่เห็นหนิงเหมยส่งข้อความหาใครนี่นา

อ้อ จริงสิ เหมือนหนิงเหมยจะรับสายสามีตอนอยู่ในรถ สงสัยจะหลุดปากเรื่องแต้มตอนนั้นมั้ง เธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจฟัง

ช่างเถอะ เรื่องในครอบครัวคนอื่น ยุ่งไปก็ปวดหัวเปล่าๆ

อันหรานเดินกลับมาถึงตึก 7 เข้าห้องพักตัวเอง

พอถอดชุดป้องกันออก ถึงเห็นว่ามันขาดไปหลายที่

อันหรานหงุดหงิดชะมัด รีบค้นหาชื่อกู้เส้าชวน แล้วกดแอดเพื่อนไป

แป๊บเดียวเขาก็รับแอด

อันหรานถ่ายรูปชุดป้องกันที่ขาดส่งไปให้ "อุปกรณ์เสียหายพวกคุณต้องรับผิดชอบใช่ไหม? ปืนพ่นไฟกับหมวกกันน็อคของฉันก็พังไปด้วย เมื่อกี้ลืมบอก ช่วยชดใช้ตามราคาด้วยค่ะ"

ส่งข้อความเสร็จก็ปิดจรวดสื่อสาร ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงไม้

นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อกี้ก็ยังใจหายไม่หาย

เธอยังอ่อนแอเกินไป ต้องรีบเก่งขึ้นให้เร็วกว่านี้

ไม่งั้นชีวิตต้องตกอยู่ใต้อาณัติคนอื่น น่าอึดอัดจะตายชัก

ถ้าเธอมีพลังระดับ 4 ใครจะกล้าเอาปืนจ่อหัวบังคับให้ไปเป็นเหยื่อล่อ?

ทีมเหยี่ยวล่าเหยื่อใช่ไหม ได้... พวกแกกระตุกต่อมอยากรู้อยากเห็นของฉันแล้ว คอยดูเถอะ ฉันจะตามไปคิดบัญชีกับพวกสวะอย่างแกให้สาสม!

"อันหราน ลุกมาล้างหน้าเร็ว ฉันตักน้ำมาให้แล้ว" ซันชีที่วุ่นวายอยู่พักใหญ่ ยกอ่างน้ำใสสะอาดเข้ามาวาง เรียกให้อันหรานล้างหน้าล้างตา

"ขอบใจนะ" อันหรานลุกขึ้นนั่ง ยังไม่ทันจะลงจากเตียง ซันชีก็เอาผ้าขนหนูโปะหน้า แล้วเช็ดถูให้อย่างเมามัน

อันหราน: "......"

เดี๋ยวนะ... เธอไม่ได้เป็นอัมพาตสักหน่อย ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้มั้ง

ซันชีหัวเราะแหะๆ "เธอนอนพักเถอะ เดี๋ยวพวกทีมเหยี่ยวล่าเหยื่อจะมาดูอาการ ถึงตอนนั้นเธอต้องแกล้งทำเป็นเจ็บภายในนะ บอกว่าขยับตัวไม่ได้"

อันหรานเอามือจุ่มน้ำในอ่างล้างๆ ถูๆ แล้วพยักหน้าตกลง

"มีอีกเรื่องจะบอก" ซันชีซักผ้าขนหนูแล้วเอามาเช็ดมือให้อันหรานต่อ "ตอนที่พวกเธอออกไปทำภารกิจ พวกทีมเหยี่ยวล่าเหยื่อบุกค้นห้องพักทีละห้องเลย มีหลายคนขัดขืนจนเกิดเรื่องตะลุมบอนกัน พวกทหารรับจ้างยิงคนตายคาที่ไปตั้งสองคนแน่ะ"

"บุกค้นห้อง? ค้นหาอะไร?" อันหรานขมวดคิ้ว

ซันชีตอบ "ก็พวกยาฟื้นฟูกับของกินน่ะสิ พอเห็นห้องไหนตุนเสบียงไว้เยอะก็ขนไปดื้อๆ เลย โชคดีที่พวกเราไม่มียา แล้วก็ไม่มีเสบียงเหลือเท่าไหร่ เลยรอดตัวไป"

"ทีมเหยี่ยวทำขนาดนี้ ไม่กลัวพวกทีมอิสระลุกฮือขึ้นสู้หรือไง?"

"จะเอาอะไรไปสู้ล่ะ? ต่างคนต่างอยู่ไม่สามัคคีกัน แถมทีมอิสระส่วนใหญ่ก็มีลูกเมียต้องดูแล พอมีคนขัดขืน ก็โดนเชือดไก่ให้ลิงดู ใครจะกล้าหือ"

ซันชีถอนหายใจ ทิ้งตัวนั่งลงที่ขอบเตียง สีหน้าเป็นกังวลสุดขีด "ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ออกไปสักที ขืนโดนขังไว้อย่างนี้อีกไม่กี่วัน คนคงได้กินคนกันเองแน่"

ยังคุยกันไม่ทันขาดคำ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังมาจากนอกค่าย

อันหรานกระเด้งตัวจากเตียง วิ่งไปเกาะขอบหน้าต่างดูสถานการณ์

"เกิดอะไรขึ้น?" ซันชีรีบวิ่งตามมาชะโงกหน้าดูด้วย

เห็นกำแพงค่ายฝั่งหนึ่งสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เหมือนมีวัตถุขนาดยักษ์กำลังพุ่งชนกำแพงอยู่อย่างบ้าคลั่ง

"แย่แล้ว! สัตว์อสูรหนามเหล็ก!"

ต้องเป็นเพราะสัตว์ยักษ์ในบ่อตายแล้วแน่ๆ น่าจะโดนพวกทหารรับจ้างรุมกินโต๊ะ จนทำให้สัตว์ยักษ์อีกสองตัวที่เหลือโกรธแค้นสุดขีด

อันหรานรีบหันกลับมาเก็บข้าวของ หันไปสั่งซันชีเสียงเครียด "รีบกลับไปบอกพี่ชายกับพี่สะใภ้เธอ ให้เตรียมตัวให้พร้อม เราอาจต้องหนีตายกันได้ทุกเมื่อ"

ซันชีหน้าตื่น ทำอะไรไม่ถูกชั่วขณะก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ แล้ววิ่งปรู๊ดออกจากห้องไปราวกับลมพัด

พอปิดประตูเสร็จ อันหรานก็รีบสวมชุดป้องกัน คิดอยู่ครู่หนึ่งก็เลือกสะพายแค่เป้ใบเล็ก ข้างในใส่เนื้อกระต่ายกลายพันธุ์กับแท่งอาหารให้พลังงานไว้สองสามแท่ง

นี่เป็นของที่เหลือจากคราวที่แล้ว วันนี้คงต้องใช้ประทังชีวิตไปก่อน

ขณะที่กำลังจะก้าวขาออกจากห้อง เธอเผลอมองไปที่หน้าต่างแวบหนึ่ง

ทันใดนั้น เจ้านกสาลิกาน้อยก็บินหวือเข้ามา เกาะหมับเข้าที่ไหล่ของเธอพอดี

. . .

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 31 เตรียมหนีตาย

ตอนถัดไป