ตอนที่ 32 ค่ายพักแรมพินาศ

ตอนที่ 32 ค่ายพักแรมพินาศ

"จิ๊บๆ!"

เจ้านกสาลิกาน้อยเอียงคอซ้ายทีขวาที ใช้จะงอยปากไซ้ผมมนุษย์อย่างรักใคร่เอ็นดู

อันหรานลูบขนหลังของมัน แล้วหยิบเนื้อกระต่ายกลายพันธุ์ต้มสุกป้อนให้มันกินสองสามชิ้น

"เดี๋ยวจะต้องสู้กันหนักหน่วงแล้ว เจ้าสาลิกาน้อยบินออกไปหาที่ซ่อนข้างนอกก่อนนะ ระวังโดนลูกหลงล่ะ"

พอกินเนื้อกระต่ายเข้าไปสองชิ้น เจ้านกสาลิกาก็ร้องรับคำสองสามที แล้วบินออกไปทางหน้าต่าง

อันหรานหยิบมีดพร้าบิ่นๆ ขึ้นมา ทันใดนั้นก็นึกถึงเขาแหลมที่เธอแบกกลับมาด้วย

เธอก้มลงลากมันออกมาจากใต้เตียง แล้วก็เริ่มกลุ้มใจ

จะพกไอ้นี่ไปยังไงดี?

ถุงสัตว์อสูรของเธอเต็มเอี๊ยดแล้ว เขาแหลมยาวเฟื้อยขนาดนี้ ลองยัดดูหลายทีก็ไม่เข้า

อันหรานจ้องมองของยาวเมตรครึ่งนี้อยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็ปิ๊งไอเดีย ยื่นมือออกไปใช้พลังเก็บเกี่ยว

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +10 คุณได้รับเขาสัตว์อสูรหนามเหล็กระดับ 5 คุณภาพบริสุทธิ์ 1 อัน ค่ามลพิษมาร 9 สามารถนำไปสร้างอาวุธระดับสูงได้]

ว้าว! ทำได้จริงๆ ด้วย!

อันหรานมองเขาแหลมฉบับย่อส่วนที่เหลือความยาวแค่เมตรเดียว หัวเราะร่าอย่างชอบใจ

เขาแหลมนี่ไม่เพียงแต่หดสั้นลง แต่ยังผอมลงด้วย ถึงจะยังกำรอบไม่ได้ แต่ก็ไม่เทอะทะเหมือนเมื่อกี้แล้ว

พอลองยกดู น้ำหนักน่าจะเหลือสัก 30 กว่าชั่ง เบากว่าเดิมไป 20 ชั่งได้ แต่จะให้แบกไปก็ยังเกะกะอยู่ดี

อันหรานเลยตัดสินใจใช้ทักษะอีกรอบ

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +10 คุณได้รับเขาสัตว์อสูรหนามเหล็กคุณภาพชั้นเลิศ 1 อัน ค่ามลพิษมาร 0 สามารถนำไปสร้างอาวุธคุณภาพชั้นเลิศได้]

เขาแหลมหดเล็กลงอีกครั้ง คราวนี้กลายเป็นสีน้ำเงินเข้มทั้งอัน ปลายแหลมคมกริบสะท้อนแสงแวววาว

ความยาวเหลือแค่ 70 เซนติเมตร อันหรานพอกำโคนของมันได้

ถ้าเอาไปเจียระไนตรงโคนให้เป็นด้ามจับถนัดมือ นี่จะเป็นสุดยอดอาวุธเลยทีเดียว

อันหรานดีใจจนเนื้อเต้น ลองเอามีดสั้นเหล็กกล้าขูดดู ปรากฏว่าคมมีดบิ่นไปเลย

ความหนาแน่นสูงขนาดนี้เชียว?

แต่ถ้าจับไม่ถนัด มันก็เป็นแค่แท่งหนามสวยแต่รูป จูบไม่หอม แถมยังเสี่ยงทำร้ายตัวเองอีก

แค่เห็นปลายแหลมเปี๊ยบนั่นเธอก็ขนลุกซู่ อยากจะอยู่ให้ห่าง

ขืนสะพายไว้ข้างหลัง เผลอๆ ไปทิ่มคนอื่นเข้า งานจะเข้าไม่รู้ตัว

คิดไปคิดมา เก็บเข้าถุงสัตว์อสูรดีที่สุด ไว้กลับถึงฐานค่อยหาคนเจียระไนทำด้ามจับให้

อันหรานเอาเนื้อสัตว์กลายพันธุ์มาถูเขาแหลมจนทั่ว แล้วเอากางเกงเก่าๆ พันส่วนปลายไว้ นึกในใจว่า 'เก็บ'

เขาแหลมหายวับไปกับตา

พอมันเล็กลงก็เก็บได้จริงๆ ด้วย

อันหรานยิ้มกริ่ม โกยเศษผงสีดำที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวสองครั้งโยนออกไปนอกหน้าต่าง

หารู้ไม่ว่าพอผงพวกนั้นปลิวว่อนออกไป กลับทำให้สัตว์ยักษ์ข้างนอกคุ้มคลั่งหนักกว่าเดิม

พอลงมาถึงชั้นสอง ก็เห็นพี่น้องซันชีกำลังเก็บของกันอยู่

พวกเขาแบกเป้ใบใหญ่หลายใบ ข้างในยัดของใช้จำเป็นไว้เต็มเอียด

"อันหราน เราจะไปกันเลยไหม?"

ซันชีดูกังวลมาก เพราะเธอไปค้นเจอคลิปวิดีโอตอนสัตว์ยักษ์เหยียบทีมแนวหน้าเละคาเท้าแบบไม่เซ็นเซอร์ ดูแล้วแทบอ้วก

ถ้าต้องไปเจอแบบนั้น เธอคงมีสภาพไม่ต่างกัน

"รอดูสถานการณ์ก่อน ถ้าสัตว์ยักษ์พังกำแพงเข้ามาได้ มันต้องพุ่งชนตึกแน่ ถึงตอนนั้นเราค่อยหนีออกไป"

ตอนนี้ประตูค่ายยังไม่เปิด จะหนีก็หนีไม่ได้ ต้องรอให้พวกทหารรับจ้างแตกฮือหนีตายกันก่อน พวกเธอถึงจะอาศัยช่วงชุลมุนหนีตามออกไปได้

"อื้มๆ!" ซันชีพยักหน้า แล้วช่วยพี่ชายพี่สะใภ้แบกเป้ลงไปข้างล่าง

ชาวบ้านในตึกเห็นพวกซันชีเตรียมหนี ก็พากันเก็บข้าวของบ้าง

อันหรานเดินนำออกมาหน้าตึก 7 ระหว่างนั้นก็ได้รับข้อความจากหนิงเหมย "น้องสาว ค่ายน่าจะแตกแล้ว ตอนนี้เธออยู่ไหน?"

"ฉันกำลังจะกลับฐานกับเพื่อนๆ" อันหรานตอบกลับ

หนิงเหมยตอบกลับทันที "น้องสาวรอพี่ด้วย พี่กับสามีขอติดไปด้วยคนได้ไหม?"

คนที่ตอนแรกคัดค้านหัวชนฝา ตอนนี้กลับลนลานเสียเอง

เพราะตอนกลางวันยังพอทน แต่พอตกดึก สัตว์กลายพันธุ์ในป่าจะออกมาเพ่นพ่านล้อมค่าย

ถ้ากำแพงค่ายพังลงจริงๆ ไม่อยากจะคิดเลยว่าสภาพจะเป็นยังไง

"ได้สิ แต่ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยนะ" เรื่องนี้ต้องคุยกันให้เคลียร์ ไม่งั้นภาระจะตกอยู่ที่เธอคนเดียว

หนิงเหมยตอบกลับ "ไปกับเธอพี่วางใจ ถึงพี่จะแขนหักแต่ขายังดี วิ่งเร็วอยู่แล้ว สามีพี่ก็เป็นผู้มีพลังไฟ พอป้องกันตัวได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกลางทางไม่โทษเธอแน่นอน น้องสาววางใจได้เลย"

"โอเค งั้นฉันรออยู่หน้าตึกเจ็ดนะ"

ส่งข้อความเสร็จ อันหรานก็เห็นแจ้งเตือนเงินเข้า

หัวหน้ากู้โอนมาให้ 30,000 แต้มจริงๆ พร้อมข้อความแนบ: ค่าชุดเกราะระดับสูงกับปืนพ่นไฟ และค่าทำขวัญอีกหนึ่งหมื่น

อันหรานยิ้มตาหยี

คนดีจริงๆ พ่อคุณ

เสียดายที่คนดีมักอายุสั้น สถานะที่ติดตัวเขามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย

'บาดเจ็บทางพันธุกรรมระดับกลาง' แสดงว่ากู้เส้าชวนอาจเคยฉีดยาวิวัฒนาการเกรดต่ำมาก่อน ทำให้ยีนเสียหายตั้งแต่ระดับสี่

ถ้าปล่อยให้ถึงระดับรุนแรง ยีนคงล่มสลายและกลายพันธุ์ถาวร

เหมือนพวกสัตว์กลายพันธุ์ในแดนร้าง กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีไอสีดำแผ่ออกมา

ตอนเรียนครูเคยสอนว่า ในรัฐบาลสหพันธ์มีผู้มีพลังระดับสูงยีนล่มสลายกลายเป็นสัตว์ประหลาดทุกปี

แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกระดับ 6 ขึ้นไปทั้งนั้น

ทางเดียวที่จะรักษาได้คือต้องเข้าป่าลึกไปหาสมุนไพรสวรรค์ที่ตรงกับอาการ

อันหรานไม่เคยเห็นของจริง เคยเห็นแต่ในคลิปกับรูปในเน็ต

แต่หลายคนก็บอกว่าเป็นของปลอมหรือตัดต่อเอา โลกนี้ไม่มียารักษายีนล่มสลายหรอก

ต่างคนต่างพูด อันหรานก็ไม่เชื่อใครทั้งนั้น

ทันใดนั้น เสียงตูมสนั่นก็ดังขึ้น กำแพงค่ายถูกชนจนเป็นรูโหว่จริงๆ

ฝุ่นคละคลุ้ง สัตว์ยักษ์มหึมาพุ่งทะลุกำแพงเข้ามา

โฮก!

สัตว์ยักษ์คำรามลั่น พุ่งเข้าใส่รถหุ้มเกราะเป็นอันดับแรก

ทหารรับจ้างบนรถกระโดดหนีตายกันจ้าละหวั่น ใครหนีไม่ทันก็ถูกเหยียบกลายเป็นเศษเหล็ก

กระสุนปืนระดมยิงใส่ไม่ยั้ง แต่ไม่อาจหยุดยั้งฝีเท้ามันได้

ทุกคนได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ขณะที่สัตว์ยักษ์เหยียบย่ำรถพังไปหลายคัน แล้วพุ่งเข้าชนตึกดิน 1

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ มันไม่ได้มาตัวเดียว แต่มากันถึงสามตัว! พวกมันรุมกระแทกตึก 1 จนถล่มไปครึ่งแถบ

แล้วก็พาลไปอาละวาดกลางลานค่าย บ้านเรือนพังราบเป็นหน้ากลอง

จากนั้นก็ไล่ชนตึกดินอื่นๆ จนเป็นรูโหว่ ชั้นหนึ่งชั้นสองพังยับเยิน

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม ผู้คนวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ค่ายแตกโดยสมบูรณ์

พอพวกสัตว์ยักษ์มาถึงหน้าตึก 7 จมูกของพวกมันก็ฟุดฟิดดมกลิ่น เดินวนรอบตึก ส่งเสียงร้องครวญคราง

แปลกที่พวกมันไม่พุ่งชนตึก 7 แต่กลับปักหลักเฝ้าอยู่รอบๆ เหมือนกำลังปกป้องอะไรบางอย่าง

แต่อันหรานไม่รู้เรื่องนี้ เพราะตอนนี้เธอพาพวกซันชีและผัวเมียหนิงเหมยหนีออกจากค่าย มุ่งหน้ากลับฐานทัพไปเรียบร้อยแล้ว

โดยมีเจ้านกสาลิกาน้อยบินตามมาติดๆ คอยโฉบลงมาเกาะไหล่ขอเนื้อกินเป็นระยะ

. . .

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 32 ค่ายพักแรมพินาศ

ตอนถัดไป