ตอนที่ 33 ดงมันเทศ

ตอนที่ 33 ดงมันเทศ

นอกจากพวกเธอแล้ว ยังมีผู้รอดชีวิตอีกกลุ่มใหญ่ รวมถึงทหารยามและทหารรับจ้างจากค่ายพักแรมที่กำลังถอยทัพกลับฐานหลักด้วย

ช่วงแรกของการเดินทาง พวกเธอเจอกับสัตว์กลายพันธุ์หลายครั้ง แต่ก็ถูกพวกทหารรับจ้างและผู้มีพลังพิเศษจัดการไปได้หมด

อันหรานก็เข้าไปแจมด้วยหลายรอบ อาศัยจังหวะชุลมุนเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จนค่าสถานะหลายอย่างพุ่งไปแตะ 30 แต้ม

พอตกเย็นประมาณห้าโมง พวกทหารรับจ้างและทหารยามก็ทิ้งห่างไปไกลลิบ ยังดีที่พวกเขาช่วยเคลียร์สัตว์กลายพันธุ์บนทางด่วนไปได้เยอะ

ผู้รอดชีวิตที่เดินเท้าอย่างพวกเธอเลยรั้งท้าย

ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ จำเป็นต้องหาที่พักค้างแรมระหว่างทาง

"น้องอันหราน พี่จำได้ว่าข้างหน้ามีบ้านหินอยู่หลังหนึ่ง เราไปพักที่นั่นกันดีไหม?"

หนิงเหมยติดตามครอบครัวออกหาของป่าเก็บขยะมาตั้งแต่อายุสิบกว่าขวบ ถนนเส้นที่เชื่อมระหว่างฐานหลักกับค่ายพักแรมต่างๆ เธอเดินจนพรุนหมดแล้ว

จุดพักแรมตรงไหนมีอะไรบ้าง เธอรู้ดีเหมือนหลังมือตัวเอง

"เอาสิ ไปดูกันเถอะ" อันหรานเห็นด้วย

ตั้งแต่เที่ยงจนถึงตอนนี้ เธอไม่วิ่งสู้ฟัดกับสัตว์กลายพันธุ์ก็เดินเท้าไม่ได้หยุด เหนื่อยแทบขาดใจ ถ้าไม่ใช่เพราะค่ากายภาพปาเข้าไป 30 แต้ม ป่านนี้คงล้มพับไปนานแล้ว

เดินต่อมาอีกสองลี้ ก็เห็นลานเล็กๆ อยู่ริมถนน

ในลานมีบ้านที่สร้างจากหินสามหลัง หลังคาก็ดูเหมือนจะปูด้วยแผ่นหินขนาดใหญ่ ดูแข็งแรงทนทานดี

แต่พอกำลังจะเดินเข้าไป จู่ๆ ก็มีหนูยักษ์กลายพันธุ์ยาวเมตรกว่าๆ พุ่งพรวดออกมาจากในลานหลายตัว

ดวงตาของพวกมันแดงก่ำ จ้องมองมนุษย์เหมือนเห็นอาหารรสเลิศ พุ่งเข้าใส่ทันที

อันหรานไวกว่า คว้ามีดดาบฟันฉับ

พละกำลัง 28 แต้มของเธอตอนนี้ จัดการกับหนูยักษ์ระดับหนึ่งสองได้สบายเหมือนหั่นผัก ฟันทีเดียวหัวขาดกระเด็น

ซ่งต้าไห่กับซันชีก็รีบโยนเป้ทิ้ง คว้ามีดดาบมาช่วยสู้

ไม่กี่นาทีการต่อสู้ก็จบลง บนพื้นมีซากหนูยักษ์นอนเกลื่อนเจ็ดแปดตัว ในจำนวนนั้นมีระดับสามอยู่สองตัว

อันหรานจงใจไม่ฆ่าตัวระดับสาม แค่ฟันขาให้ขาดเลี้ยงไว้หายใจรวยริน

จากนั้นเธอก็พาพี่น้องซันชีเข้าไปสำรวจในลานบ้าน

ลานบ้านไม่กว้างมาก กำแพงสูงประมาณสองเมตร

ตรงตีนกำแพงมีกองฟืนแห้งๆ วางอยู่ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรนอกจากหนูยักษ์อีกสิบกว่าตัว

ดูทรงแล้วที่นี่น่าจะเป็นจุดแวะพักยอดนิยม ถึงได้เก็บกวาดเรียบร้อยขนาดนี้ มีฟืนเตรียมไว้ให้ แถมไม่มีต้นไม้กลายพันธุ์ขึ้นรก

เพียงแต่บ้านทั้งสามหลังไม่มีหน้าต่าง มีแค่ช่องระบายอากาศขนาดเท่าฝ่ามือสองช่อง ดูเหมือนจะเป็นฝีมือของผู้มีพลังสายโลหะ

10 กว่านาทีต่อมา หนูยักษ์ทั้งในบ้านและนอกบ้านก็ถูกกำจัดจนเกลี้ยง กองรวมกันเป็นภูเขาขนาดย่อม

พวกระดับสามที่ยังไม่ตายสนิทก็ถูกแยกไว้รวมกับพวกข้างนอก

แต่ซากหนูพวกนี้เป็นปัญหาใหญ่ ตกกลางคืนต้องล่อสัตว์กลายพันธุ์มาแน่

จะเผาหรือฝังก็งานช้าง ไม่เสร็จง่ายๆ ภายในไม่กี่ชั่วโมงหรอก

"ลากเข้าไปไว้ในห้องสักห้อง แล้วปิดตายประตูดีไหม? ยังไงห้องก็ไม่มีหน้าต่าง กลิ่นคงไม่ออกมาหรอก" หนิงเหมยเสนอ

ไอเดียบรรเจิดอะไรขนาดนี้?

อันหรานส่ายหน้า "ไม่ได้หรอก อากาศแบบนี้เก็บไว้ไม่กี่ชั่วโมงก็เน่าแล้ว แถมพวกแมลงกลายพันธุ์มันมุดได้ทุกรู เดี๋ยวหนอนขึ้นเต็มห้องจะนอนกันยังไง?"

"นั่นสิ กลางคืนแมลงวันบินมาไข่ นาทีเดียวก็ฟักเป็นตัว สิบนาทีก็โตเต็มวัย ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหนูตัวนึงคงเหลือแต่กระดูก"

ซันชีแค่นึกภาพตามก็ขนลุกซู่ ตัวสั่นงันงก

ซ่งต้าไห่พูดขึ้น "งั้นช่วยกันลากไปทิ้งข้างนอกเถอะ ทิ้งไกลๆ หน่อย"

"โอเค! เอาตามนั้น!" ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน

ซ่งต้าไห่ ซันชี และจ้าวโส่วเสียง (สามีหนิงเหมย) รับหน้าที่ลากศพหนูไปทิ้ง ส่วนซ่งตี้เสากับหนิงเหมยที่แขนเจ็บรับหน้าที่ทำความสะอาดห้องพัก

อันหรานฉวยโอกาสนี้เก็บเกี่ยวหนูยักษ์ที่ยังหายใจรวยริน ได้ค่าสถานะมา 8 แต้ม ผลึกหนูยักษ์ระดับสาม 1 ก้อน และเขี้ยวหนูอีก 1 อัน

จนพลังกายใจเหลือแค่ 1 แต้ม เธอถึงหยุดมือ

[ชื่อ: อันหราน]

[อายุ: 18 ปี]

[เผ่าพันธุ์: มนุษย์]

[กายภาพ: 32] (ร่างกายของคุณผ่านการกลายพันธุ์ครั้งที่สอง สามารถต้านทานการรุกรานของพลังมารได้เล็กน้อย)

[ความว่องไว: 31] (ความเร็วของคุณใกล้เคียงกับผู้มีพลังพิเศษสายความเร็วระดับสาม)

[พละกำลัง: 30] (พละกำลังของคุณเทียบเท่าผู้มีพลังพิเศษสายพละกำลังระดับสาม)

[พลังกายใจ: 1/33] (สามารถต้านทานการโจมตีทางจิตระดับต้นได้)

[ทักษะ: เก็บเกี่ยวขั้นต้น LV2, ค่าประสบการณ์ 1812/5000]

[ทักษะ: เนตรสำรวจ LV0, ค่าประสบการณ์ 210/1000] (สามารถตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของเป้าหมายในระยะ 1 เมตร)

อันหรานยังไม่คิดจะดูดซับผลึกตอนนี้ เก็บใส่กระเป๋าคาดเอวพร้อมเขี้ยวหนู แล้วช่วยลากศพหนูไปทิ้งไกลๆ

ตอนนี้ทุ่งร้างดูเวิ้งว้าง ต้นไม้ใบหญ้าถูกแมลงกินเกลี้ยง เหลือแต่กิ่งก้านโดดเดี่ยว

ระหว่างทางไปทิ้งศพ เธอสะดุดตากับดงเถาวัลย์ประหลาด เถาวัลย์สีดำหนาทึบเลื้อยพันกันยุ่งเหยิงบนพื้นเหมือนงูพิษ

พอดูใกล้ๆ ถึงรู้ว่าเป็นเถาวัลย์มันเทศกลายพันธุ์ แต่ใบโดนกินเกลี้ยงแล้ว

อันหรานฟันเถาวัลย์ทิ้งไปบางส่วน เขี่ยๆ ดูก็เจอรากแก้วขนาดใหญ่

ลองดึงดู ปรากฏว่าดึงไม่ขึ้น

เลยต้องขุดดินรอบๆ ออก เผยให้เห็นหัวมันเทศขนาดยักษ์สีม่วงดำ

ลองสแกนดู ค่ามลพิษปาเข้าไป 380 ระดับอันตรายร้ายแรง มิน่าล่ะถึงไม่มีใครขุด

แต่เธอก็มีทักษะโกงนี่นา ต่อให้มลพิษสูงแค่ไหนก็เปลี่ยนให้กินได้

อันหรานตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่ได้กินมันเผามานานมากแล้ว ของดีอยู่ตรงหน้าจะปล่อยไปได้ไง

เธอหยิบยาฟื้นฟูพลังจิตระดับต้นมากระดกหนึ่งขวด ผ่านไปสักพัก พลังกายใจเพิ่มขึ้นมาแค่ 2 แต้ม

อันหรานขมวดคิ้ว สงสัยยาระดับต้นจะหมดน้ำยาสำหรับเธอแล้วจริงๆ

เธอยื่นมือออกไปใช้ทักษะ

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +10 คุณได้รับมันเทศกลายพันธุ์ระดับสอง 1 หัว ค่ามลพิษมาร 9 รับประทานเพื่อชำระล้างพลังมารในร่างกายได้เล็กน้อย]

อันหรานตะลึง

ไม่นึกว่าพอพลังกายใจทะลุ 30 แต้ม จะสามารถเก็บเกี่ยวพืชที่มีค่ามลพิษสูงให้กลายเป็นของกินได้ แถมยังมีคุณสมบัติพิเศษแถมมาด้วย เซอร์ไพรส์สุดๆ

เธอลูบหัวมันยักษ์ตรงหน้า ผิวสีแดงสวยเชียวพรางยิ้มแก้มปริ

เธอลองยกดูก็รู้ว่าหนักตั้งร้อยกว่าชั่ง

หัวใหญ่ขนาดนี้ ทำเมนูมันเทศได้เพียบเลย

อันหรานแบกหัวมันยักษ์กลับมาที่พัก เอาวางไว้กลางห้อง

"ว้าว! ไปเอามันเทศมาจากไหน?"

พวกหนิงเหมยเห็นอันหรานแบกหัวมันเบ้อเริ่มเทิ่มกลับมาก็ตกใจ

พอลองสแกนดู ก็ยิ่งตาโตเท่าไข่ห่าน

"พระเจ้าช่วย! ค่ามลพิษเป็นศูนย์ อันหรานเธอไปหามาจากไหนเนี่ย?"

อันหรานชี้ไปข้างนอก "ข้างนอกมีดงมันเทศอยู่ ฉันไปขุดมาจากตรงนั้นแหละ"

"เป็นไปได้ไง?"

หนิงเหมยแทบไม่เชื่อหู "ตรงนั้นมันมีแต่มันเทศค่ามลพิษสูงปรี๊ด แค่เข้าใกล้ก็ป่วยได้แล้ว จะไปมีมันเทศบริสุทธิ์ได้ยังไง?"

"แถมมันเทศป่าส่วนใหญ่ก็กลายพันธุ์ เนื้อข้างในแข็งโป๊กเหมือนรากไม้ กินไม่ได้หรอก"

อันหรานไม่ตอบ หยิบมีดมาปอกเปลือกให้ดู

ไม่นานเนื้อสีแดงอ่อนฉ่ำน้ำก็เผยออกมา จิ้มทีน้ำไหลเยิ้ม ทุกคนอึ้งกิมกี่

อันหรานหั่นเป็นชิ้นๆ แจกจ่ายให้ทุกคน "ลองชิมดูสิ อร่อยไหม"

ทุกคนรับไปกัดดังกรุบกรับ

รสหวานฉ่ำ เนื้อละเอียดเหมือนผลไม้

เจ้านกสาลิกาน้อยที่งีบอยู่บนเป้ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเคี้ยว กระโดดมาร่วมวงด้วย พอไม่มีใครสนใจก็ร้องจิ๊บๆ จ๊าบๆ ประท้วง

อันหรานเลยต้องหั่นเป็นลูกเต๋าใส่ชามวางไว้บนเป้ให้มันกินเอง

ระหว่างที่กำลังกินมันเทศกันอย่างเอร็ดอร่อย ก็มีเสียงคนคุยกันดังมาจากหน้าลาน

"เอ๊ะ? ตรงนี้เหมือนมีคนอยู่ เข้าไปดูกันเถอะ"

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา กลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในลาน

พวกเขาถืออาวุธและแบกเป้เข้ามา มีคนหนึ่งลากรถเข็นที่เต็มไปด้วยสัมภาระ

อันหรานที่ยืนอยู่หน้าประตูจำไอ้หัวทองในกลุ่มคนได้ทันที

ไอ้หัวทองก็เห็นอันหรานเหมือนกัน แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นหนิงเหมยที่อยู่ข้างหลัง ตาเป็นประกายและรีบพุ่งเข้ามาหา

"พี่สะใภ้! ตามหาแทบแย่!"

ชายหนุ่มอีกคนก็รีบตามมา ทำหน้าถมึงทึง "พี่ใหญ่ล่ะ? มันอยู่ไหน? คิดจะหนีพวกเราพ้นเหรอ? วันนี้ถ้าไม่คายห้าหมื่นแต้มออกมา พวกแกอย่าหวังจะได้อยู่อย่างสงบสุข!"

. . .

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 33 ดงมันเทศ

ตอนถัดไป