ตอนที่ 35 ได้รับเขี้ยวหมาป่าคุณภาพชั้นเลิศ
ตอนที่ 35 ได้รับเขี้ยวหมาป่าคุณภาพชั้นเลิศ
ผู้รอดชีวิตอีกสิบกว่าคนที่อยู่นอกกลุ่ม พอเห็นจ้าวโส่วเสียงจะไล่พวกเขาก็รีบอ้อนวอน "พี่ชายครับ พวกผมไม่ใช่พวกเดียวกับคนกลุ่มนั้นนะครับ อย่าไล่พวกผมเลย"
"ใช่ครับๆ พวกเราแค่เจอกันกลางทาง เลยขอติดสอยห้อยตามมาด้วยเฉยๆ..."
"ข้างนอกอันตรายมาก ให้พวกเราพักด้วยเถอะครับ รับรองจะไม่รบกวนพวกพี่แน่นอน..."
ทุกคนรีบพูดขอความเห็นใจ แล้วก็รีบถอยห่างจากครอบครัวตระกูลจ้าว แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ได้เป็นพวกเดียวกัน
ในห้อง อันหรานกำลังฟังซ่งต้าไห่กล่อม
"อันหราน ให้พวกเขาอยู่เถอะ ถ้าไล่ไปแล้วพวกมันจนตรอก หันมาสู้กับเราจะยุ่งกันใหญ่"
อันหรานคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า "ก็ได้ พี่ไปบอกพวกเขา ให้ไปรวมกันอยู่ที่ห้องฝั่งตะวันตก ห้ามมารบกวนพวกเราเด็ดขาด"
สถานการณ์ตอนนี้เป็นตายเท่ากัน ถ้าไม่ให้พวกเขาอยู่ด้วย คนสิบกว่าคนอาจลุกฮือขึ้นมาสู้ ถึงตอนนั้นคงวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น
ถึงค่าสถานะของเธอจะแตะระดับสามแล้ว แต่ถ้าไม่มีพลังโจมตีรุนแรง ก็ยากที่จะจัดการคนจำนวนมากโดยไม่บาดเจ็บ
น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เธออาจจะหนีรอดไปได้ แต่ซันชีกับคนอื่นๆ คงไม่รอดแน่
เพื่อความปลอดภัย ยอมให้พวกเขาอยู่ด้วยดีกว่า
ซ่งต้าไห่รับคำแล้วออกไปเจรจา ส่วนอันหรานก็หั่นมันเทศเตรียมต้มข้าวต้ม
ซันชีเขย่ากาต้มน้ำเบาๆ กระซิบว่า "น้ำเราเหลือน้อยแล้ว ต้มข้าวต้มไม่ได้หรอก"
"งั้นก็เอามันเทศมาจี่ไฟกิน แล้วจิบน้ำตามนิดหน่อยก็พอ"
"ได้ เดี๋ยวฉันไปเอาหม้อมา"
ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ ซ่งต้าไห่กลับเข้ามาแล้วรายงานอันหราน "พวกนั้นไปอยู่ห้องตะวันตกกันหมดแล้ว"
อันหรานที่กำลังหั่นมันเทศพยักหน้ารับ "รับทราบ พี่ซ่ง พี่จ้าว พวกพี่ไปช่วยกันขนฟืนในลานเข้ามาเก็บไว้ข้างในเถอะ"
ซ่งต้าไห่รับคำ แล้วเรียกจ้าวโส่วเสียงให้ตามออกไป
ผู้หญิงสี่คนที่เหลือช่วยกันหั่นมันเทศ ไม่นานมันเทศครึ่งหัวก็ถูกจัดการเรียบร้อย
จากนั้นก็ก่อกองไฟกลางห้อง นั่งล้อมวงเอามันเทศนาบกับกระทะเหล็ก จี่ไปกินไป
สักพัก กลิ่นหอมหวานของมันเทศก็อบอวลไปทั่วห้อง
อันหรานกินไปไม่กี่ชิ้นก็พอ จิบน้ำตามนิดหน่อย แล้วลากถุงนอนออกมาจากเป้ พิงเป้หลับตาพักผ่อน
ซ่งต้าไห่กระซิบกับจ้าวโส่วเสียง "เราผลัดกันเฝ้ายาม นายหลับก่อนสัก 4 ชั่วโมง ที่เหลือฉันเฝ้าเอง"
เขาไม่อยากให้อันหรานต้องมาอดหลับอดนอนเฝ้ายาม เพราะความปลอดภัยของทุกคนขึ้นอยู่กับเธอคนเดียว ต้องให้เธอพักผ่อนให้เต็มที่
จ้าวโส่วเสียงพยักหน้า แล้วพาภรรยาไปปูผ้านอนที่มุมห้องอีกฝั่ง
กลางดึกสงัด เสียงหอนแว่วมาตามสายลม ฟังดูใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
อันหรานสะดุ้งตื่น ผุดลุกขึ้นนั่งเงี่ยหูฟัง
"เหมือนเสียงหมาป่า" ซ่งต้าไห่กับจ้าวโส่วเสียงก็ลุกขึ้นยืนแล้ว สีหน้าเคร่งเครียดฟังเสียงความเคลื่อนไหวภายนอก
คนทางฝั่งห้องตะวันตกก็ตื่นขึ้นมาดูเหมือนกัน ทุกคนกำอาวุธแน่น มารวมตัวกันที่ห้องโถงกลาง จ้องมองประตูใหญ่อย่างหวาดระแวง
ประตูนี้เป็นทางเข้าออกเดียวของบ้านสามหลัง น่าเสียดายที่ไม่มีบานประตู
แต่พวกเขาก็เอารถเข็นมาขวางไว้ แล้วเอาสัมภาระเป้ต่างๆ มากองทับจนแน่นหนา
ไม่นาน ก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆ เข้ามาในลานบ้าน พร้อมเสียงลมหายใจฟุดฟิดดังชัดเจน
ตามมาด้วยเสียงตะกุยรถเข็น และเสียงขู่คำรามต่ำๆ
"หมาป่า! หมาป่ากลายพันธุ์!" มีคนกระซิบเสียงสั่นด้วยความกลัว "จบกัน ไม่ได้มีแค่ตัวเดียวด้วย"
อันหรานก็ได้ยินเหมือนกัน เธอชักมีดดาบออกมา ดูสภาพใบมีดที่บิ่นงอไปหลายจุด
ใช้มีดเล่มนี้จัดการหนูยักษ์ระดับสองสามยังพอไหว แต่ถ้าจะไปสู้กับหมาป่าหนังหนา คงไม่ต่างอะไรกับเอาไข่ไปกระทบหิน
เธอหยิบมีดของซ่งต้าไห่มาดู ก็ทื่อพอกัน
หมาป่าข้างนอกระดับไม่ต่ำแน่ ถ้าไม่มีอาวุธดีๆ พวกเธอตายกันหมดแน่
อันหรานหน้าเครียด นึกถึงเขาสัตว์อสูรหนามเหล็กในถุงสัตว์อสูรขึ้นมาได้
ถ้าจนตรอกจริงๆ คงต้องลองใช้เจ้านั่นดู
หัวยังคิดไม่ทันตก เสียงคำรามก็ดังขึ้นอีก รถเข็นที่อุดประตูไว้ถูกกระชากกระเด็น หัวหมาป่าขนาดยักษ์โผล่เข้ามาจากประตู
"กรี๊ด!" ผู้คนกรีดร้อง พากันถอยกรูดหนีเข้าห้องทั้งสองฝั่ง
ตามมาด้วยเสียงโครมคราม ประตูทางเข้าที่คับแคบถูกอุ้งเท้าหมาป่าตะกุยจนพังยับเยิน ร่างท่อนบนของหมาป่ายักษ์เบียดเข้ามาในตัวบ้าน
"อ๊าก! ช่วยด้วย!" เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังระงม แต่ไม่อาจต้านทานพลังทำลายล้างของกรงเล็บหมาป่าได้
ในไม่ช้า หมาป่ายักษ์ก็ยื่นกรงเล็บเข้าไปในห้องทางทิศตะวันตกที่มีคนอยู่มากที่สุด เสียงดัง แคว่ก ประตูห้องถูกฉีกกระชากจนเป็นรูกว้าง
เสียงกรีดร้องและเสียงโหยหวนดังออกมาไม่ขาดสาย อันหรานชักเขาแหลมออกมาแล้ว แต่ต้องเผชิญหน้ากับก้นหมาป่าขนาดมหึมา ทำให้เธอหาจังหวะลงมือไม่ได้
ของพรรค์นี้ต้องจัดการให้ตายในทีเดียว ไม่งั้นถ้าหมาป่าคลั่งขึ้นมา คนที่จะตายคือเธอเอง
อันหรานขยับเข้าไปใกล้ขาหลังของหมาป่า อาศัยจังหวะที่มันกำลังสนใจห้องทางทิศตะวันตก ลองใช้เนตรสำรวจส่องดู
[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม ได้รับค่าประสบการณ์การสำรวจ +10 ข้อมูลเป้าหมาย: หมาป่ากลายพันธุ์ระดับ 3, กายภาพ 82, พละกำลัง 98, ความว่องไว 65, พลังกายใจ 53, พรสวรรค์: กรงเล็บเพชร (สร้างความเสียหายฉีกขาดแก่ศัตรู 200%...)]
คุณพระช่วย! แค่ระดับสามทำไมค่าสถานะสูงขนาดนี้ ลำพังแค่แรงของเธอ คงเจาะเกราะป้องกันของมันไม่เข้าด้วยซ้ำ
ต่อให้มีนกสาลิกาน้อยช่วยโจมตีทางจิต ก็ไม่แน่ว่าจะจัดการหมาป่าตัวนี้ได้
ยังดีที่ค่าพลังกายใจของเธอฟื้นกลับมาเป็น 20 แต้มแล้ว งั้นก็เสี่ยงตายเก็บเกี่ยวสักชุด เผื่อจะช่วยรับมือกับศึกหนักที่กำลังจะตามมาได้บ้าง
คิดได้ดังนั้น อันหรานก็ยื่นมือออกไปใช้ทักษะเก็บเกี่ยว
[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +50 คุณได้รับค่าพละกำลัง 2 แต้ม]
[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +50 คุณได้รับค่าพละกำลัง 2 แต้ม]
[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม... คุณได้รับเขี้ยวหมาป่ากลายพันธุ์ระดับสามที่แข็งแกร่ง 1 ซี่ ค่ามลพิษมาร 39...]
อันหรานมองเขี้ยวหมาป่าขนาดยาวครึ่งเมตรในมือ น้ำตาแทบไหลพราก
เธอจะเอาไอ้นี่มาทำซากอะไร?
ส่วนทางด้านห้องตะวันตก หมาป่ายักษ์ใช้กรงเล็บเกี่ยวคนคนหนึ่งขึ้นมา กำลังจะอ้าปากงับหัว ทันใดนั้นเขี้ยวซี่หนึ่งก็หักหลุดออกมาดื้อๆ
หมาป่ายักษ์ชะงักกึก สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายผิดปกติที่โผล่ขึ้นมาทางด้านหลัง
มันเกิดความสงสัย อยากจะหันกลับไปดู แต่ท่อนบนดันติดแหง็กอยู่ในช่องประตูห้องตะวันตก ขยับตัวไม่ได้เลย
บรู๊ววว~
หมาป่ายักษ์สัมผัสได้ถึงอันตราย จึงส่งเสียงคำรามเรียกพวกให้รีบมาช่วย
ส่วนอันหรานที่อยู่ทางห้องโถง กำลังใช้ทักษะเก็บเกี่ยวใส่เขี้ยวหมาป่าในมือ
[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +10 คุณได้รับเขี้ยวหมาป่ากลายพันธุ์ระดับ 3 คุณภาพดีเยี่ยม 1 ซี่ ค่ามลพิษมาร 19]
[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +10 คุณได้รับเขี้ยวหมาป่าระดับ 3 คุณภาพชั้นเลิศ 1 ซี่ ค่ามลพิษมาร 2 (สามารถข่มขวัญสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์เดียวกันที่ระดับต่ำกว่า 4 ได้...)]
. . .