ตอนที่ 48 รังเกียจทีมของเธอเหรอ?

ตอนที่ 48 รังเกียจทีมของเธอเหรอ?

"อันหราน พาพวกเขามาลงทะเบียนหน่อย"

จางอวี้เป่าเข้ามาขวางอันหรานไว้ พลางชี้ไปทางพวกซันชี "แล้วก็มารับเครื่องแบบกับอุปกรณ์ไปด้วยเลย"

อันหรานพยักหน้า แล้วเรียกพวกซันชีให้ตามจางอวี้เป่าไป

ครึ่งชั่วโมงต่อมา อันหรานและพรรคพวกอีกหกคนก็ได้รับชุดป้องกันลายพราง พร้อมตราสัญลักษณ์ของกลุ่มทหารรับจ้างสายฟ้าฟาด และปืนพลังงานคนละสองกระบอก

กู้เส้าชวนกล่าวขึ้น "ให้ทีมย่อยของพวกคุณสังกัดกองร้อยที่ 3 แล้วกัน ต่อไปเรื่องการจัดสรรทรัพยากรก็ให้ขึ้นตรงกับกองร้อยที่ 3"

อันหรานไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เพราะสำหรับเธอที่ยังใหม่กับที่นี่ จะถูกส่งไปกองร้อยไหนก็ไม่ต่างกัน

แต่ใครจะคาดคิดว่าหัวหน้ากองร้อยที่ 3 จะปฏิเสธทันควัน "หัวหน้าครับ กองร้อยที่ 3 ของเรารับคนเต็มอัตราแล้ว และก็ไม่มีรถเหลือพอจะจัดสรรให้พวกเขาด้วย"

กู้เส้าชวนขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะทีมเต็มอัตราจริงอย่างที่ว่า แถมในทีมของอันหรานยังมีคนธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษอยู่ตั้งหลายคน

ในสายตาคนอื่น คนธรรมดาก็ไม่ต่างอะไรกับตัวถ่วงที่คอยแต่จะกินแรงเปล่าๆ การที่กองร้อยที่ 3 ไม่เต็มใจรับก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

กู้เส้าชวนจึงต้องหันไปทางกองร้อยที่ 1 แทน

ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปาก หัวหน้ากองร้อยที่ 1 ก็รีบชิงพูดตัดบททันทีว่าตนไม่สามารถรับทีมของอันหรานได้ เพราะในทีมมีคนธรรมดาอยู่หลายคน ทรัพยากรมีจำกัด ไม่สามารถเลี้ยงดูคนที่ทำภารกิจไม่ได้

สุดท้ายก็เหลือแค่กองร้อยที่ 2 กับหน่วยองครักษ์

กู้เส้าชวนกำลังลังเลว่าจะให้ทีมของอันหรานเข้าหน่วยองครักษ์ของเขาโดยตรงเลยดีไหม ก็ได้ยินเสียงหัวหน้ากองร้อยที่ 2 พูดขึ้น "หัวหน้าครับ ให้พวกเขามาเข้ากองร้อยผมเถอะ ช่วงก่อนหน้านี้กองร้อยเราสูญเสียคนไปเยอะพอดี ให้พวกเขามาเสริมกำลังก็ดีเหมือนกัน"

กู้เส้าชวนได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก หันไปถามอันหราน "พวกคุณว่าไง?"

"ตกลงค่ะ พวกเราจะเข้ากองร้อยที่ 2" อันหรานไม่ได้ติดใจว่าจะอยู่กองร้อยไหน เพราะไม่คุ้นเคยกับใครเลยสักคนอยู่แล้ว

กู้เส้าชวนพยักหน้า "งั้นตกลงตามนี้ ต่อไปทีมย่อยของพวกคุณก็ให้ปฏิบัติภารกิจตามกองร้อยที่ 2 มานี่สิ จะแนะนำให้รู้จัก นี่หัวหน้ากองร้อยที่ 2 ชื่อจางเจ๋อ"

อันหรานรีบพยักหน้าทักทายจางเจ๋อ "สวัสดีค่ะหัวหน้าจาง ฉันชื่ออันหราน นี่คือลูกทีมของฉันค่ะ"

สองพี่น้องซันชีและคู่สามีภรรยาหนิงเหมยต่างก็ก้าวออกมาทำความเคารพและแนะนำตัวเอง

จางเจ๋อโบกมือ "ต่อไปนี้พวกเราก็เป็นพี่น้องร่วมทีมเดียวกันแล้ว มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน แต่เรามาตกลงกันให้ชัดเจนก่อนนะ ผมไม่สนว่าพวกคุณจะมีพลังพิเศษหรือไม่ แต่เมื่อเจออันตราย ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ห้ามเอาตัวรอดคนเดียวเด็ดขาด"

"ครับ/ค่ะ!" ทุกคนขานรับอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้นจางเจ๋อก็พาพวกเขาไปที่ลานจอดรถ ชี้ไปที่รถหุ้มเกราะคันเก่าๆ คันหนึ่งแล้วพูดว่า

"นี่คือรถของกองร้อยที่ 2 เรา ซ่อมใหญ่มาแล้ว สมรรถนะยังใช้ได้อยู่ ต่อไปนี้ให้เป็นรถประจำทีมย่อยของพวกคุณ อ้อ แล้วก็ให้พวกคุณใช้หมายเลขทีมย่อยที่ 9 นะ รอให้เสร็จภารกิจครั้งนี้ก่อน แล้วจะพาไปดูหอพัก"

"ห๊ะ? มีหอพักด้วยเหรอคะ?" พวกซันชีพอได้ยินว่ามีหอพักก็ดีใจจนเนื้อเต้น

ทีนี้ก็หมดห่วงเรื่องที่อยู่แล้ว

อันหรานเองก็ดีใจไม่น้อย รีบถามขึ้นว่า "แล้วฉันล่ะคะ? มีหอพักให้ด้วยไหม?"

จางเจ๋อยิ้มกว้าง "แน่นอนสิ หัวหน้าทีมย่อยจะได้หอพักส่วนตัวเลยนะ ถ้าทำผลงานดีๆ ยังสามารถขอห้องชุดสองห้องนอนพร้อมระเบียงได้ด้วย"

"จริงเหรอคะ?" ครั้งนี้อันหรานถึงได้สัมผัสถึงข้อดีของการมีสังกัดอย่างแท้จริง มีบ้านให้ด้วย ดีจริงๆ

แบบนี้เธอก็จะประหยัดเงินได้อีกเดือนละ 5000 แต้ม

จางเจ๋อยิ้มแล้วถามต่อ "มีใครในทีมพวกคุณขับรถหุ้มเกราะเป็นบ้าง? ถ้าไม่มี เดี๋ยวผมจะจัดคนที่ขับเป็นเข้าทีมให้"

ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วส่ายหน้าพร้อมกัน

ขนาดรถสามล้อพวกเขายังไม่เคยขับ แล้วจะไปขับรถหุ้มเกราะเป็นได้อย่างไร

"รบกวนหัวหน้าจางจัดคนให้เลยค่ะ" อันหรานกล่าว

จางเจ๋อจึงโทรเรียกชายวัยกลางคนท่าทางอิดโรยคนหนึ่งมา "นี่คือเฒ่าจาง ต่อไปนี้เขาจะรับผิดชอบเรื่องรถยนต์ของพวกคุณโดยเฉพาะ"

"สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออันหราน หัวหน้าทีมย่อยที่ 9 ส่วนนี่คือลูกทีมของเรา" อันหรานแนะนำตัวกันอย่างง่ายๆ

เฒ่าจางดูเป็นคนไม่ค่อยพูด เขาแค่พยักหน้ารับรู้เล็กน้อย แล้วก็ปีนขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ

ไม่นานนัก ขบวนรถก็ออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่ดินแดนรกร้าง

หลังจากเดินทางไปได้ 50 กิโลเมตร ก็เริ่มมีสัตว์กลายพันธุ์ปรากฏตัวให้เห็นประปราย

พวกมันพอเห็นขบวนรถหุ้มเกราะแต่ไกลก็รีบวิ่งหนีเตลิดไป อันหรานมองไม่ทันด้วยซ้ำว่าเป็นตัวอะไร

เดินทางต่อไปอีกหลายสิบกิโลเมตร ในที่สุดก็มาถึงบริเวณใกล้เคียงกับลานหินแห่งนั้น

"ถึงแล้วค่ะ" อันหรานส่งข้อความหากู้เส้าชวน "เลี้ยวเข้าซอยข้างหน้าไปอีก 200 เมตรก็จะถึงดงมันเทศแล้ว"

"ได้"

กู้เส้าชวนจึงสั่งให้รถหุ้มเกราะคันนำทางเลี้ยวขวา

ขบวนรถเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ได้อย่างราบรื่น มาจอดอยู่ใกล้กับดงเถาวัลย์สีดำทะมึน

"ที่นี่เนี่ยนะ? จะขุดมันเทศกลายพันธุ์ที่กินได้ขึ้นมาได้เหรอ?"

หัวหน้ากองร้อยที่ 1 ทำหน้าดูแคลน ส่งข้อความไปบ่นกับหัวหน้ากองร้อยที่ 3 "หัวหน้าเรานี่ก็จริงๆ เลยนะ เกณฑ์คนมาตั้งเยอะแยะ แค่เพื่อพืชผลการเกษตรปนเปื้อนสูงหย่อมเดียวเนี่ยนะ?"

หัวหน้ากองร้อยที่ 3 เองก็ไม่พอใจอยู่ลึกๆ ที่หัวหน้าดันไปเชื่อคำพูดเหลวไหลของเด็กสาวคนหนึ่ง

แต่ในเมื่อมาถึงแล้ว จะให้กลับไปมือเปล่าก็กระไรอยู่

"รอดูก่อนแล้วกัน ถ้าไม่ได้เรื่องจริงๆ เราสองกองร้อยค่อยแยกไปสำรวจที่อื่น เผื่อจะเจอสัตว์กลายพันธุ์ปนเปื้อนต่ำหรือปานกลางสักตัวสองตัว จะได้ไม่เสียเที่ยวเปล่า"

หัวหน้ากองร้อยที่หนึ่งแค่นหัวเราะ "มีอะไรน่าดู? ที่นี่มันก็แค่ดงพืชปนเปื้อนสูง ขนาดสัตว์กลายพันธุ์ยังไม่เห็นสักตัว อย่าว่าแต่จะขุดมันเทศเลย

ผมว่านะผู้กองเกา อย่าเสียเวลาเลย บอกหัวหน้าไปตรงๆ เถอะว่าเราจะขอแยกไปปฏิบัติภารกิจกันเอง"

"ได้ เราไปบอกพร้อมกัน" หัวหน้ากองร้อยที่ 3 ไม่อยากเป็นคนเดียวที่ไปขัดใจหัวหน้า

"โอเค ไปก็ไป"

จากนั้นทั้งสองคนก็ไปขออนุญาตกู้เส้าชวนเพื่อแยกตัวไปปฏิบัติภารกิจเดี่ยวจริงๆ

กู้เส้าชวนไม่ได้พูดอะไร แค่อนุญาตให้ทั้งสองกองร้อยแยกตัวไป

ขบวนรถที่เคยยิ่งใหญ่จึงหายไปกว่าครึ่งในพริบตา

อันหรานเห็นดังนั้น ความอึดอัดในใจก็คลายลงไปครึ่งหนึ่ง

เพราะเธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าแค่ชวนมาขุดมันเทศ กู้เส้าชวนจะพาทั้งหัวหน้ากองร้อยที่หนึ่งและสามมาด้วย

โชคดีที่ทั้งสองกองร้อยพามาแค่ทีมย่อยสองทีมกับรถหุ้มเกราะสี่คัน ไม่อย่างนั้นคงวุ่นวายกว่านี้แน่

อันหรานกระโดดลงจากรถหุ้มเกราะ ให้พี่สะใภ้ซ่งกับหนิงเหมยรออยู่บนรถ ส่วนตัวเองพาสองพี่น้องซันชีกับจ้าวโส่วเสียงเดินเข้าไปในดงมันเทศ แล้วฟาดฟันเถาวัลย์ที่ปกคลุมพื้นดินออก

ต้องยอมรับเลยว่ามีดสปาต้าคุณภาพชั้นเลิศเล่มนี้คมกริบจริงๆ แค่ตวัดเบาๆ เถาวัลย์ทั้งแถบก็ขาดสะบั้นเหมือนเส้นผม

พอเจอหัวมันเทศ เธอก็บอกให้พวกซันชีเอาพลั่วมาขุด ส่วนตัวเองก็ฟันเถาวัลย์ต่อไป

ทหารรับจ้างอีก 20 กว่าคนก็เข้ามาช่วยกัน ไม่นานนักก็ถางเถาวัลย์ออกไปได้เป็นบริเวณกว้าง

อันหรานเดินนำไปข้างหน้าคนเดียว พยายามหลบสายตาของเหล่าทหารรับจ้าง พอเจอเถามันเทศสีดำสนิทที่ปนเปื้อนสูง เธอก็ใช้เนตรสำรวจทันที

[ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม ได้รับค่าประสบการณ์ 10 แต้ม ตรวจสอบเป้าหมาย: มันเทศกลายพันธุ์ระดับ 4 ค่ามลพิษมาร 1023]

มันเทศกลายพันธุ์ระดับ 4 ที่มีค่ามลพิษมารเกิน 1000 นี่มันของดีชัดๆ

เธอต้องเอากลับไปปลูกที่บ้านให้ได้

อันหรานเก็บความตื่นเต้นไว้ในใจ แล้วใช้ทักษะเก็บเกี่ยวอย่างแนบเนียน

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 20 แต้ม คุณได้รับมันเทศกลายพันธุ์ระดับ 4 หนึ่งต้น ค่ามลพิษมาร 36]

ทันใดนั้น เถาวัลย์สีม่วงแดงก็ปรากฏขึ้นที่เท้าของเธอ ตรงโคนเถามีหัวมันเทศขนาดมหึมาติดอยู่หลายหัว หัวที่ใหญ่ที่สุดมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 70-80 เซนติเมตร มันคือหัวมันยักษ์ชัดๆ

หัวอื่นๆ ก็ไม่เล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 40-50 เซนติเมตร

"เอ๊ะ? นี่คือพลังพิเศษของคุณเหรอ?" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง ทำเอาอันหรานสะดุ้งโหยง

. . .

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 48 รังเกียจทีมของเธอเหรอ?

ตอนถัดไป