การโต้กลับของซูฮวา

บทที่ 7 การโต้กลับของซูฮวา

ราวกับอยู่ในความฝัน ซูฮวายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือเท้าเย็นเฉียบ สมองขาวโพลนไปหมด

เมื่อเห็นซูฮวา กู้เป่ยเสวียนก็สร่างเมาไปสามส่วน เขารีบผลักฉู่สั่วสั่วออกอย่างแรง แล้วพยุงโซฟาลุกขึ้นยืน

ฉู่สั่วสั่วหันกลับมามองข้างหลัง แสร้งทำเป็นตกใจแล้วร้องออกมา “พี่ซูฮวา มาแล้วเหรอคะ”

เมื่อนั้นซูฮวาจึงเหมือนคนที่ถูกกระชากให้ตื่นจากฝัน หัวใจเต้นระรัว

เธอหันหลังกลับแล้วเดินจากไปทันที แม้แต่ประตูก็ยังลืมปิด

บางครั้งเมื่อเรื่องราวใหญ่โตเกินไป เกินความคาดหมายเกินไป คนเรามักจะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองในทันที

เธอไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย แค่รู้สึกว่าฝีเท้าโซซัดโซเซ ทิวทัศน์รอบกายพร่ามัว

ลมหนาวปลายฤดูใบไม้ผลิพัดปะทะใบหน้า เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

ซูฮวาถูกลมเย็นพัดจนค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ

ที่กู้เป่ยเสวียนให้คนขับรถโทรเรียกเธอมา ก็เพื่อให้มาดูเขาพลอดรักกับฉู่สั่วสั่วอย่างนั้นหรือ

ในวันที่เขาขอเลิก เธอก็ตอบตกลงอย่างง่ายดายไปแล้ว แล้วทำไมเขายังต้องใช้วิธีนี้มาเหยียดหยามศักดิ์ศรีของเธออีก

เพียงเพราะไม่รัก ก็สามารถทำร้ายกันได้ตามอำเภอใจอย่างนั้นหรือ

ความโกรธพลุ่งพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน

ยิ่งก้าวย่างก็ยิ่งมั่นคง ท่วงท่าการเดินของเธอในท้ายที่สุดแฝงไว้ด้วยกระดูกเหล็กที่ไม่ยอมงอ

เมื่อเดินออกมาจากประตูคฤหาสน์

คนขับรถที่รออยู่หน้าประตูรีบเปิดประตูรถให้พลางพูดว่า “คุณผู้หญิงครับ ประธานกู้ให้ผมไปส่งคุณที่บ้าน”

ซูฮวานิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะก้มตัวเข้าไปนั่งในรถ

คนขับรถปิดประตู แล้วโทรศัพท์หากู้เป่ยเสวียน “ประธานกู้ครับ เจอคุณผู้หญิงแล้วครับ ผมจะรีบไปส่งเธอเดี๋ยวนี้ ท่านวางใจได้เลยครับ”

“อืม”

กู้เป่ยเสวียนวางโทรศัพท์ สายตาเย็นชาจับจ้องไปยังฉู่สั่วสั่ว “เมื่อกี้เธอจงใจใช่ไหม”

ฉู่สั่วสั่วก้มหน้าลง พูดด้วยท่าทางน่าสงสาร “ฉันไม่นึกเลยว่าพี่ซูฮวาจะกลับมาตอนนี้พอดี เมื่อกี้ฉันแค่ก้าวพลาด...ก็เลยเผลอล้มใส่คุณ”

“ผมแค่เมา ไม่ได้โง่!”

ฉู่สั่วสั่วเบะปาก น้ำตาก็ไหลพรากลงมา “มันเป็นความผิดของฉันเองค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบโทรไปอธิบายกับพี่ซูฮวาเดี๋ยวนี้”

เธอยื่นมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อควานหาโทรศัพท์มือถือ

กู้เป่ยเสวียนยกมือขึ้นห้าม น้ำเสียงเจือความรำคาญ “ไม่ต้องแล้ว ยิ่งอธิบายยิ่งไปกันใหญ่ เธอกลับไปก่อนเถอะ”

“แล้วคุณ...”

“แค่เมา ไม่ได้จะตายซะหน่อย” กู้เป่ยเสวียนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างแรง ยกมือขึ้นนวดขมับ

ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย

ฉู่สั่วสั่วยังไม่ขยับไปไหน ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ตรงนั้น เหมือนลูกสะใภ้ที่ถูกรังแกไม่มีผิด

เพราะพยายามสะกดเสียงร้องไห้ ไหล่ทั้งสองข้างจึงสั่นเทา

เมื่อเห็นท่าทางของเธอ กู้เป่ยเสวียนก็อดใจอ่อนไม่ได้ “ผมไม่ได้จะโทษคุณหรอกนะ แต่ซูฮวาเธอก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ผมไม่ควรทำร้ายเธอแบบนี้”

“แต่การที่คุณขอหย่ากับเธอ มันก็เป็นการทำร้ายเธออยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ”

“ผมต้องการจะจบเรื่องนี้โดยที่จะทำให้เธอเจ็บปวดให้น้อยที่สุด ไม่ใช่ใช้วิธีแบบนี้ไปเหยียดหยามเธอ”

“บางครั้งการตัดใจที่เด็ดขาดก็คือความเมตตาที่ดีที่สุดนะคะ การให้ความหวังลมๆ แล้งๆ ต่างหากที่โหดร้าย "เธอเสริมเสียงเบา" แล้วมันก็ทำให้ฉันเจ็บปวดไม่ต่างกัน”

“มันยังไม่ใช่ตอนนี้...คุณย่าไม่มีทางยอม” กู้เป่ยเสวียนกล่าวเสียงเย็น ก่อนจะสบตาเธอตรงๆ" แล้วที่สำคัญ...เหตุผลที่ผมจะหย่า มันไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นเพราะคุณ "เขาหยุดเล็กน้อย" การกลับมาของคุณ...มันก็แค่ข้ออ้างที่ผมหยิบยกขึ้นมาพูดก็เท่านั้น”

ราวกับถูกไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ศีรษะ ฉู่สั่วสั่วตัวแข็งทื่อ

ใบหน้าของเธอซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก “พี่เป่ยเสวียน คุณพูดประชด หรือว่านี่คือคำพูดจากใจตอนเมากันแน่คะ”

กู้เป่ยเสวียนยกมือขึ้นกุมหน้าผาก พูดอย่างหงุดหงิด “ผมเมามากแล้ว เดี๋ยวพูดจาไม่เข้าหูจะกระทบกระเทือนจิตใจคุณเปล่าๆ คุณรีบกลับไปเถอะ”

เพราะกลัวว่าเขาจะพูดอะไรที่โหดร้ายกว่านี้ออกมา และกลัวว่าเรื่องราวจะบานปลายจนแก้ไขอะไรไม่ได้ ฉู่สั่วสั่วจึงจำใจจากไปทั้งน้ำตา

เมื่อเธอไปแล้ว กู้เป่ยเสวียนก็โทรศัพท์ไปหาพ่อของเธอ กำชับให้ช่วยดูแลลูกสาวให้ดี อย่าให้คิดสั้นฆ่าตัวตายอีก

เที่ยงวันถัดมา

ร้านกู่เป่าจาย

ซูฮวาได้รับบัตรธนาคารใบหนึ่งที่กู้เป่ยเสวียนให้คนนำมาส่งให้

คนที่นำบัตรมาส่งพูดว่า “คุณผู้หญิงครับ นี่เป็นค่าชดเชยเล็กๆ น้อยๆ จากประธานกู้ รหัสผ่านคือวันเกิดของคุณครับ”

ซูฮวามองบัตรใบนั้นแล้วหัวเราะเยาะตัวเอง

เงินเป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้ง การให้เงินก็เป็นการดูถูกกันทางอ้อม

เธอผลักบัตรคืนไปแล้วพูดว่า “ฝากไปบอกเขาด้วยว่า ฉันไม่ได้ต้องการเงิน”

“ประธานกู้ขอให้คุณรับไว้นะครับ ท่านฝากข้อความมาถึงคุณว่า บางครั้ง...สิ่งที่ตาเห็นก็อาจจะไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด และไม่ว่าหลังจากนี้คุณจะตัดสินใจยังไง ท่านก็จะเคารพการตัดสินใจของคุณเสมอ”

“ฉันเข้าใจแล้ว”

หลังจากคนส่งของจากไป เธอนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเก็บของเตรียมไปหาอะไรกินที่ร้านอาหารใกล้ๆ

ทันทีที่ก้าวออกจากร้าน ก็เจอฉู่สั่วสั่วในชุดสีขาวที่ดูน่าสงสารยืนอยู่ตรงหน้า

ในมือของเธอถือช่อกุหลาบขาว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “พี่ซูฮวา เราคุยกันหน่อยได้ไหมคะ”

ซูฮวาสะกดกลั้นอารมณ์ มองเธออย่างเย็นชาอยู่สองสามวินาทีแล้วตอบว่า “ได้ซิ”

ทั้งสองคนไปที่ร้านอาหารตะวันตกใกล้ๆ

หลังจากนั่งลง ฉู่สั่วสั่วก็วางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะ

เธอลูบไล้กลีบกุหลาบที่นุ่มราวกำมะหยี่เบาๆ พลางพูดด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข “ดูพี่เป่ยเสวียนสิคะ... โรแมนติกไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ อุตส่าห์ให้คนส่งดอกไม้มาให้แต่เช้าเลย ผ่านไปสามปีแล้ว เขายังจำได้ว่าฉันชอบกุหลาบขาวที่สุด กุหลาบยี่สิบดอก หมายถึงรักนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

ในใจของซูฮวารู้สึกซับซ้อนปนเปไปหมด

แต่งงานกันมาสามปี ไม่ว่าจะเป็นวันเทศกาลหรือวันสำคัญใดๆ กู้เป่ยเสวียนก็ให้แค่บัตรเครดิต ไม่เคยให้ดอกไม้เธอเลยแม้แต่ดอกเดียว

ที่แท้เขาไม่ใช่คนไม่โรแมนติก แต่แค่ไม่เต็มใจจะโรแมนติกกับเธอเท่านั้นเอง

กุหลาบยี่สิบดอก รักนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ความรักของพวกเขายืนยงคงกระพัน ช่าง “น่าประทับใจ” เสียจริง

พนักงานเสิร์ฟนำกาแฟมาเสิร์ฟ

ฉู่สั่วสั่วหยิบช้อนขึ้นมาคนกาแฟช้าๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ฉันกับพี่เป่ยเสวียนเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็กๆ พี่เขาเอ็นดูฉันมาโดยตลอด...”

ซูฮวายกถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบ แล้วพูดเสียงเรียบ “คุณฉู่ช่วยเข้าเรื่องเลยได้ไหมคะ ฉันยุ่งมาก ไม่มีเวลามาฟังเรื่องไร้สาระของคุณ”

ฉู่สั่วสั่วยักไหล่ “ที่แท้พี่ซูฮวาก็มีอารมณ์เหมือนกันนี่นา แค่ไม่แสดงออกต่อหน้าพี่เป่ยเสวียนเท่านั้นเอง เสแสร้งเก่งจริงๆ”

ซูฮวาแค่นหัวเราะ “ตอนนี้ฉันยังเป็นภรรยาของกู้เป่ยเสวียน การที่คุณบุกเข้าบ้านฉันตอนกลางคืน แล้วกอดจูบสามีของฉัน ฉันไม่สาดกาแฟใส่หน้าคุณก็ถือว่าฉันมีมารยาทมากแล้ว ได้โปรดอย่าทำตัวไร้ยางอายเลยนะคะ”

“ตายจริง... ไม่เคยเห็นพี่ซูฮวาในมุมนี้มาก่อนเลยค่ะ นึกไม่ถึงเลยว่าจะกลายเป็นแม่เสือที่น่ากลัวขนาดนี้ได้”

มือของซูฮวาที่ถือถ้วยกาแฟสั่นเทาเล็กน้อย เธออยากจะสาดมันใส่หน้าหล่อนจริงๆ

ฉู่สั่วสั่วรออยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่เห็นเธอสาดกาแฟใส่ตัวเอง ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

อุตส่าห์วางกับดักให้เดินเข้ามา แต่เธอกลับไม่ติดกับ คงต้องใช้แผนต่อไป

เธอจ้องหน้าซูฮวาเขม็งแล้วพูดว่า “ดูๆเเล้วพี่ซูฮวาก็เป็นคนฉลาดนี่คะ เห็นหน้าฉันแล้วก็น่าจะเดาออก ว่าพี่เป็นแค่ตัวแทนที่พี่เป่ยเสวียนหามา ตอนนี้ตัวจริงกลับมาแล้ว พี่ก็ควรจะไปได้แล้วไม่ใช่เหรอคะ”

“ตัวจริงเหรอ” ซูฮวาอยากจะหัวเราะ “คุณฉู่ไม่เคยเรียนหนังสือ หรือว่าไม่รู้กฎหมายกันแน่คะ ฉันกับกู้เป่ยเสวียนเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เเละลองคิดดูเล่นๆสิคะ ว่าใครกันเเน่ ที่เป็นตัวจริง”

ฉู่สั่วสั่วเดาะลิ้นสองที พูดอย่างเยาะเย้ย “ก็จะหย่ากันอยู่แล้วนี่ ยังจะมาอวดดีอะไรอีก”

ซูฮวายืดหลังตรง “ตราบใดที่เรายังไม่ได้หย่ากัน เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาอวดดี”

ฉู่สั่วสั่วเหอะออกมาเสียงหนึ่ง แล้วใช้ไม้ตายของเธอ “สามปีก่อน พี่แต่งงานกับพี่เป่ยเสวียนเพื่อเงินสิบล้าน เเต่มาวันนี้ฉันจะเสนอให้พี่เป็นสองเท่าเลย”

เธอหยิบเช็คออกมาจากกระเป๋าสตางค์ ตบลงบนโต๊ะเสียงดังแปะ “ฉันจะให้พี่ยี่สิบล้าน รับเงินนี้ไว้ เเล้วออกไปจากชีวิตเขาซะ!”

ซูฮวาเหลือบตามองเช็คใบนั้นแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “ตอนนั้นที่ฉันแต่งงานกับกู้เป่ยเสวียน ไม่ใช่เพราะเรื่องเงินทั้งหมดหรอก”

ฉู่สั่วสั่วหัวเราะลั่น “มือถือสากปากถือศีลจริงๆ เลยนะ พี่นี่”

ซูฮวาเม้มริมฝีปาก มองเธออย่างเย็นชา อยากจะตบหน้าเธอสักฉาดจริงๆ

ฉู่สั่วสั่วพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก “นี่ลืมไปเเล้วเหรอ? เมื่อสามปีก่อน ตอนที่คุณย่าของพี่ป่วยหนักต้องใช้เงินเปลี่ยนไตด่วนน่ะ เห็นว่าต้องขายบ้านจนหมดเนื้อหมดตัวเลยไม่ใช่เหรอ นี่เพิ่งจะผ่านมาไม่กี่ปี ก็ลืมกำพืดตัวเองไปซะเเล้ว เด็กบ้านนอกคอกนาที่มาจากป่าเขาอย่างพี่ ต่อให้พยายามสวมบทเป็นคุณหนูสูงส่งแค่ไหน...สันดานคนจนที่ติดตัวมาแต่เกิด มันก็เปลี่ยนกันไม่ได้หรอก!”

เธอเลื่อนเช็คไปข้างหน้า เชิดคางขึ้นอย่างหยิ่งยโส พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังให้ทาน “รับไปสิ อย่าทำเป็นหยิ่งไปหน่อยเลย!”

ซูฮวาสงบนิ่งได้อย่างน่าประหลาด

เธอเหลือบมองตราประทับบนเช็คแล้วพูดเรียบๆ “เงินก้อนนี้คงไม่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองสินะ...ไปรบเร้าพ่อคุณมาล่ะสิ น่าแปลกใจนะ ทั้งครอบครัวเห็นดีเห็นงามกับการที่ลูกสาวออกมาแย่งสามีคนอื่นเขาเเบบนี้ ร่ำรวยล้นฟ้าแล้วยังไง สุดท้ายก็ปิดสันดานที่ต่ำตมของตัวเองไม่ได้อยู่ดี”

ใบหน้าของฉู่สั่วสั่วแดงสลับขาว “พูดจาอะไรเหลวไหลชะมัด!”

ซูฮวาลุกขึ้นยืน มองเธอจากมุมสูง “ฉันทำงานซ่อมแซมภาพเขียนและอักษรจีนโบราณ คุณคงไม่รู้สินะ ว่าอาชีพแบบนี้ทำเงินได้มากแค่ไหน ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ถ้าฉันไม่ได้เลือกที่จะแต่งงาน ลำพังแค่สองมือของฉัน ก็สามารถหาเงินสิบล้านได้อย่างไม่ยากเย็น”

เธอคว้าเช็คใบนั้นขว้างใส่หน้าฉู่สั่วสั่ว “เก็บเงินของเธอไว้ แล้วจะไปไหนก็ไป อย่ามาทำตัวน่ารังเกียจแถวนี้!”

เมื่อถูกเช็คฟาดหน้า ฉู่สั่วสั่วก็โกรธจนหน้ามืด!

เธอโผเข้าไปหาซูฮวาทันที ยื่นมือออกไปหมายจะข่วนหน้าเธอ!

แต่แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีร่างหนึ่งปราดเข้ามาจากด้านข้าง คว้าตัวฉู่สั่วสั่วไว้ ก่อนที่ฝ่ามือหนักๆ จะฟาดลงบนใบหน้าของฉู่สั่วสั่วซ้ำๆ จนหน้าหัน!




ตอนก่อน

จบบทที่ การโต้กลับของซูฮวา

ตอนถัดไป