ด่วนที่สุด

บทที่ 9 ด่วนที่สุด

เมื่อกลับถึงบริษัท เขาก็ทำงานยุ่งจนถึงตอนเย็น

กู้เป่ยเสวียนเอื้อมมือไปคลายเนกไท ดวงตาเย็นชาทอดมองไปยังผู้ช่วย “เรื่องที่ให้ไปสืบ ได้เรื่องยังไงบ้าง”

ผู้ช่วยตอบ “ประธานกู้ครับ เสิ่นหวยไม่มีชื่อเล่น คนในครอบครัวก็เรียกเขาว่าเสิ่นหวย หรือไม่ก็เสี่ยวหวยครับ”

แววตาเย็นชาของกู้เป่ยเสวียนเจือจางลงเล็กน้อย ดูเหมือนว่าผลลัพธ์นี้จะอยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว

อาเหยาคือผู้ชายที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจของซูฮวา ตราบใดที่ยังไม่หย่ากัน เธอคงไม่ควงคู่ไปไหนมาไหนกับเขาอย่างเปิดเผยง่ายๆ

ถึงแม้อายุจะยังน้อย แต่การกระทำของเธอกลับรู้จักขอบเขตเสมอมา

กู้เป่ยเสวียนเลื่อนเก้าอี้ออก ลุกขึ้นยืน ใช้มือข้างหนึ่งติดกระดุมเสื้อสูท แล้วพูดว่า “นัดทานข้าวกับประธานฮั่วคืนนี้ ให้คนอื่นไปแทน พอดีผมมีธุระ”

“ครับ ประธานกู้” ผู้ช่วยของเขาเก็บเอกสารบนโต๊ะ

หลังจากออกจากตึกกู้ซื่อ กู้เป่ยเสวียนก็ขับรถไปยังถนนโบราณ

ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม

เขานั่งอยู่ในรถ โทรศัพท์หาซูฮวา “ออกมาเจอกันหน่อยครับ ผมอยู่หน้าร้านคุณ”

เสียงที่เจือความประหลาดใจเล็กน้อยของซูฮวาดังมาจากในโทรศัพท์ “พวกเราออกมาทานข้าวข้างนอกกันค่ะ เป็นงานเลี้ยงของที่ร้าน”

“มีใครบ้าง”

“เพื่อนร่วมงานทุกคนในร้านค่ะ”

“เสิ่นหวยก็อยู่ด้วยเหรอ”

“ค่ะ เขาเป็นคุณชายรองของร้านเรา”

เมื่อนึกถึงภาพที่คนทั้งสองพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานเมื่อตอนกลางวัน ความไม่พอใจในใจของกู้เป่ยเสวียนก็ผุดขึ้นมาอย่างเงียบๆ แต่น้ำเสียงของเขากลับราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ “กินเสร็จแล้วโทรมา ผมจะไปรับ”

“ขอบคุณค่ะ” น้ำเสียงของเธอแฝงไว้ด้วยความเกรงใจและห่างเหิน ราวกับจงใจรักษาระยะห่างจากเขา

กู้เป่ยเสวียนฟังแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก มือที่ถือโทรศัพท์อยู่จึงเผลอกำแน่นขึ้นเล็กน้อย

หลังจากวางสาย เขาก็เปิดหารายชื่อของเซียวอี้แล้วโทรออก “ออกมาดื่มกัน”

“พี่ชายครับ นี่มันเพิ่งจะกี่โมงเอง จะดื่มแล้วเหรอครับ” น้ำเสียงของเซียวอี้เจือไปด้วยความเกียจคร้านแบบคุณชายเจ้าสำราญ ดูเหมือนจะยังไม่ตื่นนอนดี

น้ำเสียงของกู้เป่ยเสวียนเฉียบขาดและหนักแน่น “เอาตราประทับบริษัทกับสัญญาขายที่ดินมาด้วย ภายในครึ่งชั่วโมงเจอกันที่จินเจาจุ้ย ช้าหมดอดนะ”

เซียวอี้สลัดความง่วงทิ้งทันที “ได้เลยครับพี่! เดี๋ยวรีบไปเดี๋ยวนี้เลย!”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ จินเจาจุ้ย ห้องจุ้ยเซียงเก๋อ

ภายในห้องเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทุกคนต่างยุ่งวุ่นวายกับการเซ็นสัญญา ดำเนินการตามขั้นตอน และโอนเงิน

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ทุกคนก็ทยอยกันออกไป เหลือเพียงกู้เป่ยเสวียนและเซียวอี้

ชายหนุ่มรูปงามผิวขาวนั่งอย่างเกียจคร้าน แขนข้างหนึ่งพาดอยู่บนพนักพิงเก้าอี้อย่างหลวมๆ ดวงตาคู่สวยทรงดอกท้อเหลือบมองกู้เป่ยเสวียน “อารมณ์ไม่ดีเหรอ”

กู้เป่ยเสวียนจิบเหล้า แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ก็ไม่เชิง”

มือที่ถือแก้วเหล้าเรียวยาวขาวสะอาด สวยงามจนไม่น่าเชื่อ

“ออกมาดื่มเหล้าแก้เซ็งขนาดนี้ ยังจะบอกว่าไม่เชิงอีก คนอื่นอารมณ์ไม่ดีก็ออกไปหาผู้หญิงเที่ยวเล่น แต่พี่นี่สิ มาซื้อที่ดินซะงั้น ใจป้ำจริงๆ คราวหน้าถ้าอารมณ์ไม่ดีอีกก็มาหาผมนะ พ่อผมยังมีที่ดินเก็บไว้อีกหลายแปลง” เซียวอี้พูดหยอกล้อ

“อย่าเห็นฉันเป็นบ่อเงินบ่อทองหน่อยเลย สัญญานี้เดิมทีก็ตั้งใจจะเซ็นอยู่แล้ว แค่เลื่อนให้เร็วขึ้นมาสัปดาห์หนึ่งก็เท่านั้น” กู้เป่ยเสวียนวางแก้วเหล้าลง

เซียวอี้หยิบขวดเหล้ากระเบื้องสีขาวขึ้นมา รินเหล้าให้เขา “ได้ยินว่าฉู่สั่วสั่วกลับมาแล้ว ช่วงนี้ดูสนิทสนมกันจังเลยนะ”

เปลือกตาของกู้เป่ยเสวียนขยับขึ้นเล็กน้อย “มีอะไรจะพูดก็พูดมาตรงๆ”

“ซูฮวาเป็นผู้หญิงที่ดี อย่าทำให้เธอผิดหวังล่ะ” เซียวอี้จ้องหน้าเขา พูดด้วยท่าทีจริงจังซึ่งหาได้ยาก

นิ้วของกู้เป่ยเสวียนเคาะเบาๆ ที่โต๊ะ ยิ้มบางๆ “ตอนนั้นที่ฉันจะแต่งงานกับเธอ ใครกันนะที่รังเกียจจะเป็นจะตาย บอกว่าเธอไม่คู่ควรกับฉัน ตอนนี้ทำไมเปลี่ยนไปแล้วล่ะ”

“บอกตรงๆ นะ... ตอนแรกฉันก็มองเธอไม่ดีเหมือนกัน ฉันนึกว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงหน้าเงินอีกคน ที่เห็นว่าพี่รวยก็เลยยอมแต่งงานด้วย แต่พอเวลาผ่านไปถึงได้รู้ว่าฉันคิดผิดมาตลอด เธอรักและดูแลพี่เขาจากใจจริง ผู้หญิงที่หวังจะจับผู้ชายรวยๆ น่ะ พอได้เงินก้อนใหญ่สมใจแล้วเขาก็ไปกันหมดแล้ว ไม่มีใครทนลำบากทำงานงกๆ ดูแลคนป่วยนานเป็นปีๆ เหมือนที่เธอทำหรอก”

ดวงตาอันลึกล้ำของกู้เป่ยเสวียนมืดสนิท “เธอก็ดีจริงๆ นั่นแหละ”

“แล้วพี่จะยัง...”

กู้เป่ยเสวียนก้มหน้าลง มองเหล้าขาวสีใสในแก้ว น้ำเสียงเรียบเฉย “ซูฮวาเธอเป็นเด็กสาวที่เก่งมากๆคนหนึ่ง แต่เมื่อสามปีก่อนเพราะที่บ้านขาดเงิน เลยถูกบีบให้ต้องมาแต่งงานกับผม ถึงปากจะไม่พูด แต่ในใจคงน้อยใจน่าดู ตลอดสามปีที่ผ่านมา... ผมทำให้เธอต้องน้อยใจมามากพอแล้ว ผมไม่อยากให้เธอต้องทนรู้สึกแบบนี้อีกต่อไป”

เซียวอี้ประหลาดใจ “แค่เพราะเรื่องนี้ พี่ถึงจะหย่ากับเธอเนี่ยนะ”

“ก็ประมาณนั้น”

เซียวอี้รู้สึกเสียดาย “ผู้หญิงดีๆ แบบนี้ พี่จะปล่อยมือไปจริงๆ เหรอ”

“แล้วจะให้ทำยังไง” สีหน้าของกู้เป่ยเสวียนเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่ก้นบึ้งของดวงตากลับมีเงาดำมืดทอดตัวอยู่

จะให้กักขังเธอไว้ข้างกายตลอดไป แล้วมองเธอนอนฝันร้ายอย่างเจ็บปวด ในฝันยังละเมอเรียกหา ‘อาเหยา’ ของเธออย่างนั้นหรือ

เขาทนเห็นเธอเจ็บปวดไม่ได้

และก็ทนรับความอัปยศเช่นนั้นไม่ได้ เขาเป็นผู้ชาย เป็นคนประเภทที่ผงเข้าตาไม่ได้

แต่ถ้าจะให้ปล่อยมือไปจริงๆ ก็ทำใจไม่ได้เช่นกัน

ช่างขัดแย้งเสียจริง

กู้เป่ยเสวียนยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก ดื่มส่วนที่เหลือจนหมดในอึกเดียว

เหล้าขาวรสชาติเผ็ดร้อนบาดลำคอราวกับคมมีด

มันจุกอยู่ที่อก ระบายออกไปไม่ได้ ร้อนผ่าวอยู่ข้างใน

ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

เซียวอี้ร้องบอก “เชิญเข้ามา”

คนมาใหม่ผลักประตูเข้ามา

ใบหน้ารูปไข่ เครื่องหน้าสวยหวานน่ารัก สวมเสื้อเจ้าหญิงแขนตุ๊กตาผ้าโปร่งสีขาวทับในกระโปรงทรงสอบรัดรูป สวมเครื่องประดับคาร์เทียร์ครบชุด ข้อพับแขนพาดเสื้อคลุมชาแนล มือถือกระเป๋าแอร์เมสหนังนกกระจอกเทศ

คือฉู่สั่วสั่วนั่นเอง

เมื่อเห็นเธอ แววตาของกู้เป่ยเสวียนก็เย็นชาลงเล็กน้อย “เธอมาได้ยังไง”

ฉู่สั่วสั่วบิดเอวบาง เดินเยื้องย่างอย่างสง่างามมาหยุดอยู่ข้างหลังเขา แขนข้างหนึ่งพาดบนพนักพิงเก้าอี้ โน้มตัวลงมา ริมฝีปากแดงระเรื่อเฉียดใกล้ใบหูของเขา ลมหายใจหอมดั่งกล้วยไม้ “ได้ยินว่าพี่เป่ยเสวียนก็ทานข้าวอยู่ที่นี่เหมือนกัน เลยแวะมาทักทายค่ะ”

หูของกู้เป่ยเสวียนคันยุบยิบเพราะลมหายใจอุ่นๆ ของเธอ เขาจึงเบี่ยงหน้าหลบเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีทีท่าว่าจะไป เขาจึงพูดอย่างราบเรียบ “นั่งก่อนสิ”

“ขอบคุณค่ะพี่เป่ยเสวียน” ฉู่สั่วสั่วดึงเก้าอี้ออกมานั่ง วางเสื้อคลุมพาดไว้บนพนักพิง

พนักงานเสิร์ฟรีบนำชุดจานชามมาให้เธอทันที

กู้เป่ยเสวียนเลื่อนเมนูไปตรงหน้าเธอ “อยากกินอะไรก็สั่งเลย”

ฉู่สั่วสั่วมองอาหารที่เต็มโต๊ะ แล้วเลื่อนเมนูออกไป ยิ้มหวาน “ไม่ต้องสั่งแล้วค่ะ อะไรที่พี่เป่ยเสวียนชอบ ฉันก็ชอบทั้งนั้นแหละค่ะ”

เซียวอี้เอามือลูบแขนที่ขนลุกซู่

ฉู่สั่วสั่วหมุนจานกุ้งหวานอาร์กติกมาไว้ตรงหน้าตัวเอง ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองกู้เป่ยเสวียน “พี่เป่ยเสวียนคะ ฉันอยากกินกุ้ง”

เซียวอี้เบ้ปาก “ตัวเองไม่มีมือรึไง”

ฉู่สั่วสั่วทำแก้มป่อง พูดอย่างน้อยใจ “ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยแกะกุ้งกินเองเลยค่ะ อยู่บ้านก็มีคุณพ่อคุณแม่แกะให้ เมื่อก่อนเวลาออกมาทานข้าวกับพี่เป่ยเสวียน เขาก็เป็นคนแกะให้ฉันตลอด”

เธอยื่นมือไปเกาะแขนกู้เป่ยเสวียนออดอ้อน น้ำเสียงหวานเลี่ยนจนหยดย้อย “พี่เป่ยเสวียนคะ ฉันอยากกินกุ้งที่พี่แกะ พี่แกะให้ฉันหน่อยนะคะ”

กู้เป่ยเสวียนเหลือบตามองเธอแวบหนึ่ง แล้วดึงแขนกลับ สวมถุงมือพลาสติกแล้วหยิบกุ้งตัวหนึ่งขึ้นมาแกะ

ในหัวของเขาไม่รู้ทำไมถึงได้ผุดภาพของซูฮวาตอนที่แกะกุ้งให้เขาขึ้นมา

มือของเธอคล่องแคล่วมาก เนื้อกุ้งถูกแกะออกมา แต่เปลือกกุ้งยังคงรูปเดิมไม่เสียหาย

เขาเคยลองทำหลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้

เมื่อแกะเสร็จตัวหนึ่ง เขาก็ใช้ปลายนิ้วคีบเนื้อกุ้ง กำลังจะวางลงในจานตรงหน้าฉู่สั่วสั่ว

ทันใดนั้น ฉู่สั่วสั่วก็ย่อตัวลง ใช้ปากงับกุ้งจากมือของเขา จงใจอมนิ้วของเขาเข้าไปด้วย

ปลายลิ้นตวัดวนรอบปลายนิ้วของเขาเบาๆ ดูดดึงและจุมพิตแผ่วเบา

ดวงตาฉ่ำเยิ้มมองเขา ในแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกวาบหวาม ยั่วยวนจนแทบคลั่ง

เธอปล่อยนิ้วของเขาอย่างรวดเร็ว ยิ้มอย่างยั่วยวน ฟันขาวขบเนื้อกุ้งเบาๆ แล้วพูดเสียงนุ่ม “กุ้งที่พี่เป่ยเสวียนแกะให้ อร่อยจริงๆ ค่ะ”

สีหน้าของกู้เป่ยเสวียนชะงักไปเล็กน้อย บอกไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกแบบไหน

เขาถอดถุงมือพลาสติกบนมือออกแล้วโยนทิ้งไปข้างๆ

แล้วหยิบผ้าขนหนูฆ่าเชื้อบนโต๊ะขึ้นมา เช็ดนิ้วที่ถูกเธออมเมื่อครู่

เซียวอี้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว อยากจะตบหน้าหล่อนสักฉาดจริงๆ คนเขายังไม่หย่ากันแท้ๆ ยังจะมาทำตัวร่านไร้ขีดจำกัด!

มาทำตัวยั่วยวนต่อหน้าเขาแบบนี้ เห็นเขาเป็นอากาศธาตุรึไง

เซียวอี้คว้าโทรศัพท์ขึ้นมา รีบพิมพ์ข้อความส่งหาซูฮวา : พี่สะใภ้ครับ สามีพี่เมามาก กำลังอาละวาดใหญ่เลย สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว รีบมาพาเขากลับเถอะครับ เราอยู่ที่จินเจาจุ้ย ชั้นสาม ห้องจุ้ยเซียงเก๋อ

ซูฮวากำลังทานเลี้ยงกับเพื่อนร่วมงานอยู่ที่โรงแรมจิงตู เมื่อได้รับข้อความก็รีบโทรกลับหาเซียวอี้ทันที อยากจะถามให้แน่ใจ

เพราะปกติกู้เป่ยเสวียนคอแข็งพอสมควร ในความทรงจำของเธอเขาไม่เคยเมาอาละวาดเลยสักครั้ง

โทรศัพท์ดังได้เพียงครั้งเดียวก็ถูกเซียวอี้ตัดสายทิ้ง

ซูฮวาเปิดหารายชื่อของกู้เป่ยเสวียน กำลังจะกดโทรออก

ทันใดนั้นข้อความจากเซียวอี้ก็เด้งขึ้นมาอีก : พี่สะใภ้รีบมาด่วน! เร็วเข้า! เร็วเข้า! ด่วนเลยครับ!

หัวใจของซูฮวากระตุกวูบ



ตอนก่อน

จบบทที่ ด่วนที่สุด

ตอนถัดไป