ราวกับสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ

บทที่ 21 ราวกับสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ

เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนต่างสงสัยในตัวเธอ ฉู่สั่วสั่วรีบยื่นมือข้างที่บาดเจ็บออกมาพลางกล่าวว่า "คุณย่าคะ มือของหนูก็โดนคนใจร้ายเอาค้อนทุบจนกระดูกมันแตกละเอียดไปหมดเลยค่ะ หนูเสียใจ... ทรมานจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วค่ะ"

คุณย่ากู้เหลือบตาขึ้นเล็กน้อย "ทำไมถึงได้บังเอิญขนาดนี้"

ฉู่สั่วสั่วขอบตาแดงก่ำ "หนูกับพี่ซูฮวาโดนเหมือนกันทุกอย่างเลยค่ะคุณย่า ทั้งตำแหน่งที่เป็นมือซ้าย ทั้งจำนวนสี่นิ้วก็เท่ากัน ตำรวจสันนิษฐานว่ามีคนจงใจทำร้ายเพื่อแก้แค้นค่ะ"

หอกทุกด้านพุ่งตรงไปที่ซูฮวา

มุมปากของคุณย่ากู้ปรากฏรอยยิ้มเย็นชา "อย่างนั้นเหรอ แล้วทำไมเขาไม่ไปแก้แค้นคนอื่น แต่กลับมาแก้แค้นเธอเเทนล่ะ"

น้ำตาของฉู่สั่วสั่วคลอหน่วยอยู่ในดวงตา เธอกล่าวด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่า "หรือว่าจะเป็นเพราะหนูสนิทกับพี่เป่ยเสวียนมากไปคะคุณย่า เลยทำให้พี่ซูฮวาไม่พอใจหรือเปล่าก็ไม่รู้"

ความหมายนั้นชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด นั่นก็คือซูฮวาเป็นคนจ้างวานมาทำร้ายเธอ

สีหน้าของซูฮวายังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง แต่แววตากลับฉายประกายเย้ยหยันจางๆ ฝีมือการกลับดำเป็นขาวของฉู่สั่วสั่วนี่ช่างเก่งกาจขึ้นทุกวันจริงๆ

คุณย่ากู้แค่นเสียงเย็นชา ไม่สนใจฉู่สั่วสั่วอีกต่อไป แต่หันไปมองกู้เป่ยเสวียน "ส่งคนไปตามน้องสาวของโจรปล้นสุสานคนนั้นมา แล้วเค้นถามให้ได้ความว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลัง หรือให้ผลประโยชน์อะไรกับเธอหรือเปล่า ย่ารู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ธรรมดา"

"ครับคุณย่า" กู้เป่ยเสวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงหยิบโทรศัพท์มือถือเดินออกไปโทรหาผู้ช่วย

คุณย่ากู้เหลือบมองฉู่สั่วสั่วด้วยสายตาเย็นชา "เธอยังมีธุระอะไรอีกไหม"

ฉู่สั่วสั่วกล่าวอย่างว่าง่าย "ไม่มีแล้วค่ะ หนูก็แค่อยากแวะมาเยี่ยมคุณย่า"

คุณย่ากู้ทำหน้าบึ้ง "เยี่ยมเสร็จแล้วก็กลับไปได้เเล้ว"

ใบหน้าของฉู่สั่วสั่วซีดเผือดลงเล็กน้อย "คุณย่าคะ เมื่อก่อนคุณย่าก็เคยรักและเอ็นดูหนูมาก่อน คุณย่าเฝ้าดูมาตั้งแต่เล็กจนโต คุณย่าอย่าทำเหมือนรังเกียจหนูเเบบนี้จะได้ไหมคะ"

คุณย่ากู้เม้มปากนิ่งไม่กล่าวอะไร

ฉู่สั่วสั่วกล่าวเสียงสะอื้น "คุณย่าคะ... ย้อนไปเมื่อสามปีก่อน ตอนที่พี่เป่ยเสวียนบาดเจ็บ หนูอยากจะอยู่ดูแลเขาแทบขาดใจ แต่คุณแม่กลับบังคับให้หนูไปต่างประเทศ... ท่านให้คนคุมเข้มหนูตลอดเวลา ไม่ให้หนูหนีไปไหนได้เลย หนูคิดถึงเขา... คิดถึงจนใจจะขาด กินไม่ได้นอนไม่หลับ จนสุดท้ายก็ป่วยเป็นซึมเศร้า... หนูรักเขาขนาดนั้น แต่คุณแม่ก็ยังใจร้ายพรากเราจากกันได้ลงคอ พอได้ข่าวว่าพี่เขาแต่งงาน... โลกของหนูมันก็พังทลายลง ตอนนั้นหนูไม่เหลือเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่แล้วจริงๆ ค่ะ"

เธอยืนอยู่ตรงนั้นด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ก้มหน้าก้มตา ดูราวกับลูกสุนัขบาดเจ็บไม่มีผิด

ไม่ว่าใครได้เห็นก็คงอดสงสารไม่ได้

สีหน้าของคุณย่ากู้ดูอ่อนลงเล็กน้อย "สามปีก่อน หมอบอกว่าขาของเป่ยเสวียนจะไม่มีวันกลับมาใช้งานได้อีก การที่เธอจากไป ย่าก็พอจะเข้าใจได้ เพราะมันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่เกินกว่าคนทั่วไปจะรับไหว ไม่ว่าเธอจะจากไปเองหรือถูกบังคับ พวกเธอก็เลิกกันแล้ว และเป่ยเสวียนก็แต่งงานแล้ว การที่เธอกลับมาทำลายชีวิตคู่ของพวกเขาแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เธอรู้ใช่ไหม"

ฉู่สั่วสั่วเช็ดน้ำตา "หนูไม่ได้คิดที่จะทำลายชีวิตคู่ของพี่เป่ยเสวียนนะคะ ที่หนูยังอยากเจอเขา ก็เพราะว่าใจมันอ่อนแอเกินกว่าจะตัดใจได้... เเต่หนูไม่มีเจตนาร้ายจริงๆ นะคะคุณย่า"

ซูฮวาอดกลั้นอย่างที่สุด เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและเย็นชาว่า "กอดรัดกันขนาดนั้นแล้ว ยังจะมาบอกว่าไม่ได้ทำลายความสัมพันธ์อีกหรือคะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามคุณฉู่สักคำนะคะ ว่าการกระทำแบบไหนถึงจะเรียกว่าทำลายเหรอคะ?"

ฉู่สั่วสั่วเม้มริมฝีปาก "หนูกับพี่เป่ยเสวียน...รักกันมานานกว่าสิบปี เราไม่ใช่แค่คนรักกันนะคะ แต่เราเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่จำความได้ มันไม่ใช่เวลาสั้นๆ เลย จะให้ลืม... ให้ทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น มันยากเหลือเกินค่ะ เเต่ต่อไปนี้หนูจะพยายามไม่สร้างความลำบากใจให้ใครอีกค่ะ"

คำว่า "รักกันมานานกว่าสิบปี" แม้จะฟังดูเป็นเพียงคำพูดลอยๆ แต่พลังทำลายล้างของมันกลับมหาศาล

ในใจของซูฮวาเหมือนมีก้อนหินขนาดใหญ่มาทับไว้ เจ็บแน่นไปทั้งอก

เมื่อเทียบกับความสัมพันธ์สิบกว่าปีของพวกเขา การแต่งงานในฐานะตัวแทนสามปีของเธอมันช่างไร้ค่าสิ้นดี

"แกร๊ก" เสียงหนึ่งดังขึ้น ประตูเปิดออก

กู้เป่ยเสวียนคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วเดินเข้ามา

ซูฮวาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปควงแขนเขาพลางยิ้มหวาน "คุณสามีคะ เรามายกเลิกเรื่องการหย่า ดีไหมคะ?"

สีหน้าของกู้เป่ยเสวียนชะงักงันไปเล็กน้อย เขาก้มลงมองเธอ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา

ซูฮวายื่นมือไปโอบเอวของเขา เขย่งปลายเท้าขึ้นกระซิบข้างหูเขาเบาๆ "ตอบตกลงฉันก่อน"

แม้คำพูดจะเอ่ยกับเขา แต่สายตาของเธอกลับเหลือบไปทางฉู่สั่วสั่ว

นิสัยที่เคยสงบนิ่งไม่ชอบแก่งแย่งกับใคร บัดนี้กลับถูกบีบให้ต้องลุกขึ้นสู้

ความรักจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เธอแค่ต้องการเอาชนะฉู่สั่วสั่ว

เธออยากจะบอกให้รู้ว่า เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กแล้วอย่างไร รักกันมาสิบกว่าปีแล้วอย่างไร

ทั้งหมดมันเป็นแค่อดีตไปแล้ว

เธอต่างหากคือภรรยาของเขา

กู้เป่ยเสวียนเหลือบมองฉู่สั่วสั่วที่น้ำตาคลอเบ้า แล้วเอ่ยเสียงเบาออกมาคำหนึ่ง "อืม"

หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของซูฮวาก็พลันร่วงลงสู่พื้น เธอรีบยื่นมือไปกุมมือของเขาไว้ เมื่อครู่นี้เธอกลัวจริงๆ ว่าเขาจะปฏิเสธ

หลังจากกุมมืออยู่ครู่หนึ่ง กู้เป่ยเสวียนพยายามจะดึงมือกลับ แต่ซูฮวากลับยิ่งจับแน่นขึ้น ไม่ยอมให้เขาดึงออก

ฉู่สั่วสั่วมองดูมือของคนทั้งสองที่กุมกันแน่น น้ำตาก็ไหลพรากลงมาทันที

เธอเอามือปิดปากแล้วหันหลังวิ่งออกไป

กู้เป่ยเสวียนพูดกับซูฮวาว่า "ผมไปส่งเธอที่ห้องพักก่อนนะ วิ่งออกไปแบบนี้เธออาจจะไปทำอะไรที่ไม่ดีกับตัวเองอีก"

"ให้ฉันไปเป็นเพื่อนคุณนะคะ"

กู้เป่ยเสวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย "ซูฮวา วันนี้คุณเป็นอะไรไป"

"คุณเป็นสามีของฉัน..."

"ผมไม่ได้บอกว่าไม่ใช่"

เมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังจะทะเลาะกัน คุณย่ากู้จึงรีบเอ่ยขึ้น "งั้นพวกเธอสองคนก็ไปด้วยกันเถอะ"

ทั้งสองเดินตามกันออกไป เห็นฉู่สั่วสั่วยืนรอลิฟต์อยู่ที่หน้าประตูลิฟต์ เธอยกมือปิดปากร้องไห้เงียบๆ ร่างกายสั่นเทาไปตามแรงสะอื้น ดูน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง

ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างมองเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็น

กู้เป่ยเสวียนก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ากางเกงส่งให้เธอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "เช็ดน้ำตาเถอะ"

ซูฮวายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองดูสามีของตัวเองที่กำลังดูแลเอาใจใส่แฟนเก่าของเขาอย่างดีอยู่ห่างๆ ในใจเจ็บปวดราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง

ฉู่สั่วสั่วรับผ้าเช็ดหน้าไป เหลือบมองซูฮวาแวบหนึ่ง แล้วพูดเสียงสะอื้นว่า "พี่เป่ยเสวียน พี่รีบกลับไปกับพี่ซูฮวาเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเธอก็จะโกรธฉันอีก"

เธอก้มลงมองมือของตัวเอง แล้วพูดเสียงแผ่วเบาว่า "ฉันกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิด แล้วพาลมาโกรธฉันอีก มือซ้ายของฉันใช้งานไม่ได้แล้ว และฉันไม่อยากให้มือขวาต้องมีชะตากรรมเดียวกันเลย"

แม้จะยืนอยู่ไม่ไกลกันนัก แต่ทางเดินในชั้นผู้ป่วยวีไอพีก็ไม่ค่อยมีคน ซูฮวาจึงได้ยินอย่างชัดเจน

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอคนแบบนี้ เพียงไม่กี่คำก็สามารถโยนความผิดให้คนอื่นได้อย่างง่ายดาย

ไม่น่าแปลกใจเลยที่กู้หนานอินบอกว่าฉู่สั่วสั่วเป็นคนเจ้าเล่ห์มาตั้งแต่เด็ก ช่างมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวมากมายเหลือเกิน ได้ประจักษ์กับตาตัวเองแล้ววันนี้

ซูฮวายืนมองกู้เป่ยเสวียนเงียบๆ อยากจะฟังว่าเขาจะพูดว่าอย่างไร

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง กู้เป่ยเสวียนก็เอ่ยขึ้นว่า "ซูฮวาไม่ได้เป็นคนจ้างวาน ผมรู้จักเธอดี เธอเป็นคนดีมากๆคนหนึ่ง"

ซูฮวาหันหลังเดินจากไป

คำพูดประโยคนี้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

เธอกลัวว่าหากยังอยู่ต่อ อาจจะต้องเจ็บปวดใจอีก

เมื่อกลับมาถึงห้องพัก ซูฮวาก็นั่งลงข้างเตียงอย่างเงียบๆ

แม้ตัวจะนั่งอยู่ตรงนี้ แต่ใจกลับลอยไปอยู่กับกู้เป่ยเสวียน เฝ้าแต่คาดเดาว่าตอนนี้พวกเขาสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่

คุณย่ากู้เห็นเธอดูเหม่อลอย ก็รู้สึกสงสารจับใจ จึงดึงมือเธอมากุมไว้แล้วพูดว่า "ฮวาเอ๋อร์ รีบมีลูกสักคนเถอะนะ พอมีลูกแล้วชีวิตคู่ก็จะมั่นคงขึ้น เด็กคือโซ่ทองคล้องใจ ที่จะผูกพันเธอสองคนไว้ด้วยกัน"

ในใจของซูฮวารู้สึกสับสนปนเปไปหมด

สองปีแรกของการแต่งงาน สุขภาพของกู้เป่ยเสวียนไม่สู้ดีนัก จึงไม่สามารถมีสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาได้

หลังจากที่ขาของเขาหายดีแล้ว พอจะมีความสัมพันธ์กันได้ เขาก็ป้องกันมาโดยตลอด ทำให้เธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้

อีกทั้งชีวิตคู่ที่กำลังสั่นคลอนและใกล้จะพังทลายลงทุกขณะนี้ การมีลูกหนึ่งคนจะช่วยให้มันมั่นคงขึ้นได้จริงๆ หรือ

หากสุดท้ายก็ต้องเลิกรากันไปอยู่ดี มันจะเป็นการทำร้ายจิตใจเด็กรุนแรงเกินไป เธอเองก็มาจากครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว เข้าใจความทุกข์ทรมานนั้นดีที่สุด

แต่เมื่อมองดูแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังของคุณย่า ซูฮวาก็ไม่อาจทำให้ท่านผิดหวังได้ จึงยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า "ค่ะคุณย่า หนูจะพยายาม"

คุณย่ากู้ยิ้มอย่างมีความสุข ลูบหัวเธออย่างเอ็นดู "เด็กคนนี้นะ ทั้งสวยทั้งฉลาด ยีนดีขนาดนี้ ต่อไปถ้ามีลูกชายอ้วนท้วนสมบูรณ์สักคน รับรองว่าใครๆ ก็ต้องหลงรัก"

ซูฮวาถูกชมจนรู้สึกเขินอายเล็กน้อย "คุณย่าก็ชมหนูเกินไปแล้วค่ะ"

"ย่าพูดจริงๆ นะ เมื่อสามปีก่อน ตอนที่ย่าเลือกหลานสะใภ้ให้เป่ยเสวียน ย่าตั้งใจไปเลือกถึงในมหาวิทยาลัยเลย ต้องหน้าตาสวย เรียนดี แล้วก็ต้องเรียบร้อย เลือกไปเลือกมาก็ยังไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ สุดท้ายอธิการบดีก็เอาประวัติของเธอมาให้ย่าดู พอย่าเห็นรูปถ่ายเท่านั้นแหละ เฮ้! ต้องเอาเด็กคนนี้แหละ! ราวกับสร้างมาเพื่อเป่ยเสวียนของพวกเราเลย"

ซูฮวารู้ดีแก่ใจว่าเรื่องอื่นๆ นั้นเป็นเรื่องรอง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เธอมีใบหน้าที่คล้ายกับฉู่สั่วสั่วนั่นเอง



ตอนก่อน

จบบทที่ ราวกับสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ

ตอนถัดไป