ทะลวงขอบเขต
บทที่ 16 ทะลวงขอบเขต และความสงสัยใคร่รู้ของเอี้ยง้วย
หลังจากใช้ฝีมือที่แท้จริงสยบความคิดที่จะท้าทายของสองสาวงามในคืนนี้ได้สำเร็จ
หลี่ฉางอันก็กวักมือเรียก ท่ามกลางความไม่พอใจของอึ้งย้ง นางก็ได้แต่จำต้องไปหยิบกู่ฉินออกมา
ครึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทว่าสุราในจอกของทั้งหลี่ฉางอัน, เอี้ยง้วย และอึ้งย้งกลับยังคงเต็มเปี่ยมอยู่เสมอ ราวกับว่ามันถูกเติมเต็มจากแหล่งที่มองไม่เห็น
นับว่าโชคดีที่สุราประเภทนี้ที่หลี่ฉางอันหมักไว้เมื่อตอนกลางวันมีปริมาณไม่น้อย
สำหรับคนสามคนแล้ว นับว่าเพียงพอ
ทว่าแม้สุราที่หลี่ฉางอันปรุงขึ้นมานี้จะมีรสชาติอ่อนละมุน
แต่ฤทธิ์สุราที่ตามมากลับไม่เบาเลยทีเดียว
หลังจากที่ทั้งสามคนขับร้องบทเพลงตามหลี่ฉางอันไปได้สองสามเพลง ฤทธิ์สุราก็เริ่มแผ่ซ่าน
หากเป็นสุราทั่วไป สำหรับคนอย่างเอี้ยง้วยและอึ้งย้งแล้ว อย่างมากก็แค่โคจรพลังลมปราณเพื่อขับฤทธิ์สุราออกไปก็พอ
แต่สุราของหลี่ฉางอันกลับสามารถช่วยเสริมการฝึกปรือได้ ตัวมันเองจึงล้ำค่าอย่างยิ่ง
แม้แต่ประมุขวังบุปผาอย่างเอี้ยง้วยก็ยังเสียดายที่จะโคจรพลังลมปราณ เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบสรรพคุณทางยาในสุรา
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอึ้งย้งเลย
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้….ที่ในขณะนี้ สองสาวงามต่างก็ตกอยู่ในอาการมึนเมาเล็กน้อย
แก้มของเอี้ยง้วยที่ปกติขาวผ่องราวกับหยกขาวเนื้อดี บัดนี้กลับปรากฏสีแดงระเรื่อขึ้นมา
ในสายตาของหลี่ฉางอัน นางกลับดูเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนขึ้นอีกหลายส่วน
เมื่อเผชิญหน้ากับความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเช่นนี้ หลี่ฉางอันก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองนางอีกหลายครา
รู้สึกขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลว่า... แสงจันทร์ในค่ำคืนนี้ช่างเย้ายวนใจคนเสียจริง
ทว่า ในตอนนั้นเอง พลังงานจากสุราโอสถในร่างกายของหลี่ฉางอันก็ได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายเขาอีกครั้ง ทำให้พลังลมปราณของเขาแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายส่วน
และเมื่อพลังลมปราณโคจรไป คอขวดในร่างกายของหลี่ฉางอันก็พลันถูกทะลวงผ่านไปในทันที!
พร้อมกันนั้น หลังจากที่ปราการถูกทำลายลง ความเร็วในการโคจรพลังลมปราณในร่างกายของหลี่ฉางอันก็พลันรวดเร็วกว่าเดิมเกือบสิบเท่า
ความรู้สึกนั้น สามารถใช้คำว่า ‘โปร่งใสไร้สิ่งกีดขวาง’ มาบรรยายได้เลย
เมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย หลี่ฉางอันก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“นี่ข้าเข้าสู่ขอบเขตยุทธ์ระดับสองแล้วรึ?”
ก่อนจะเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดฟ้า ผู้ฝึกยุทธ์จะต้องผ่านระดับหลอมกาย จากนั้นจึงรวบรวมสัมผัสแห่งปราณ
รอจนกระทั่งสามารถรวบรวมพลังลมปราณขึ้นมาได้ ก็จะก้าวเข้าสู่ระดับสามขั้นต้น
และในขอบเขตยุทธ์ระดับสาม จำเป็นต้องทะลวง 18 เส้นลมปราณพิสดาร
ขอบเขตยุทธ์ระดับสอง จำเป็นต้องทะลวง 18 เส้นลมปราณหลัก
ขอบเขตยุทธ์ระดับหนึ่ง ต้องทะลวง 8 เส้นลมปราณเร้นลับและจุดชีพจรเทียนหลิงและตี้เฉวียน
รอจนกระทั่งเส้นลมปราณพิสดารทั้งแปดสายทั่วร่างเปิดออกจนหมด สะพานฟ้าดินเชื่อมต่อกัน
ทำให้ทั่วทั้งร่างกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ไร้ซึ่งสิ่งติดขัด จึงจะเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดฟ้าได้
ตามปกติแล้ว ผู้ที่ฝึกฝนวิชาบำเพ็ญระดับสวรรค์เช่นหลี่ฉางอัน
ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์สูงส่ง หากต้องการทะลวงจากขอบเขตยุทธ์ระดับสามขั้นสูงสุดไปสู่ขอบเขตยุทธ์ระดับสอง ก็อย่าหวังว่าจะทำได้หากไม่มีเวลาอย่างน้อยครึ่งปี
แต่หลี่ฉางอันเล่า?
เมื่อวานเพิ่งจะอาศัยระบบก้าวเข้าสู่ขอบเขตยุทธ์ระดับสามขั้นสูงสุด
วันที่สองก็ทะลวงขอบเขตได้เพราะดื่มสุราไปเล็กน้อย
ตั้งแต่ต้นจนจบ หลี่ฉางอันไม่ได้แม้แต่จะโคจรพลังลมปราณเพื่อฝึกฝนด้วยตนเองเลยสักครั้ง
สำหรับการกระทำที่แม้แต่นอนเฉยๆ ก็ยังทะลวงขอบเขตได้เช่นนี้ หลี่ฉางอันอดที่จะส่งเสียง “จึ๊ จึ๊” ออกมาสองคราไม่ได้
บนใบหน้าก็เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มไม่หยุดหย่อน
อีกด้านหนึ่ง เมื่อสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังลมปราณในกายของหลี่ฉางอัน
อึ้งย้งที่เดิมทีใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งเท้าคางเพื่อพยุงศีรษะเล็กๆ ที่เริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ก็หันขวับมามองหลี่ฉางอันด้วยความตกตะลึง
“เจ้าเป็นวรยุทธ์ด้วยรึ?”
เห็นได้ชัดว่า การที่หลี่ฉางอันมีวรยุทธ์นั้น ทำให้อึ้งย้งงุนงงอย่างยิ่ง
ต่อเรื่องนี้ หลี่ฉางอันเพียงยักไหล่เบาๆ “เพิ่งจะเรียนเมื่อวานนี้เอง”
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมาจากปาก อึ้งย้งก็พลันมีสีหน้าดูแคลน
“เจ้าคิดว่าข้าโง่รึ? เพิ่งจะเรียนวรยุทธ์เมื่อวาน วันนี้เจ้าก็อยู่ระดับสองขั้นต้นแล้ว? เจ้ากำลังเหาะอยู่หรืออย่างไร?”
หลี่ฉางอันถอนหายใจ “บอกไปเจ้าก็ไม่ฟัง ฟังแล้วเจ้าก็ไม่เชื่อ นังหนูคนนี้ ช่างเรียกร้องมากเสียจริง”
อึ้งย้งที่เอาแต่แสดงท่าทีดูแคลนหลี่ฉางอัน ไม่ได้สังเกตเลยว่าระหว่างที่พวกเขาสนทนากันนั้น สีหน้าของเอี้ยง้วยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกลับดูผิดปกติไปเล็กน้อย
เมื่อมองไปยังหลี่ฉางอัน ในใจของเอี้ยง้วยราวกับมีคลื่นลมซัดสาดโหมกระหน่ำ ยากจะสงบลงได้
เมื่อวานตอนที่หลี่ฉางอันฝึกยุทธ์ อึ้งย้งออกไปซื้อของข้างนอก แต่เอี้ยง้วยที่พักอยู่ในลานเรือนแห่งนี้กลับสัมผัสได้อย่างชัดเจน
ดังนั้นเอี้ยง้วยจึงมั่นใจได้ว่า หลี่ฉางอันเพิ่งจะเริ่มสัมผัสกับวรยุทธ์เมื่อวานนี้จริงๆ
ทว่า เมื่อวานนี้ในการรับรู้ของเอี้ยง้วย หลี่ฉางอันใช้เวลาเพียงชั่วสิบลมหายใจ ก็เปลี่ยนจากคนธรรมดาที่ไม่มีวรยุทธ์เลยแม้แต่น้อย พุ่งทะยานราวกับจรวดเข้าสู่ขอบเขตยุทธ์ระดับสามขั้นสูงสุด
และเพียงเวลาผ่านไปแค่วันเดียว ระดับพลังบำเพ็ญก็ทะลวงขึ้นอีกครั้ง
ก้าวเข้าสู่ขอบเขตยุทธ์ระดับสองโดยตรง
ความก้าวหน้าเช่นนี้ แม้แต่เอี้ยง้วยก็ยังอดที่จะรู้สึกสั่นสะท้านในใจไม่ได้
เป็นเวลานานกว่านางจะตั้งสติได้และเก็บงำความรู้สึก ทำให้สีหน้ากลับมาเป็นปกติ
เพียงแต่ว่า เมื่อมองไปยังหลี่ฉางอันอีกครั้ง ในดวงตาของเอี้ยง้วยกลับปรากฏประกายแสงอันยากจะอธิบายขึ้นมา
แม้จะผ่านไปเพียงสองวันสั้นๆ
แต่ในสายตาของเอี้ยง้วย หลี่ฉางอันก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนเมฆที่ถูกม่านหมอกหนาทึบปกคลุมไว้
ทำให้คนมองไม่เห็น สัมผัสไม่ถึง
บนร่างกายของเขามักจะมีความเป็นอิสระเสรีและความรู้สึกลึกลับที่ไม่เข้ากับอายุของเขาอยู่เสมอ
สิ่งนี้ทำให้ความสงสัยใคร่รู้ที่เอี้ยง้วยมีต่อหลี่ฉางอันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
และนี่ก็นับเป็นครั้งแรกในชีวิตของเอี้ยง้วย ที่นางจะรู้สึกสงสัยใคร่รู้ในตัวบุรุษผู้หนึ่งอย่างรุนแรงถึงเพียงนี้
ในไม่ช้า เมื่อสุราในไหบนโต๊ะหมดลง หลี่ฉางอันก็ประกาศว่าชีวิตยามค่ำคืนของวันนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว
หลังจากชำระล้างร่างกายเรียบร้อยและกลับมาถึงห้องนอน เขาก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะพักผ่อน
แต่กลับจุดเทียนไขสิบกว่าเล่ม แล้วฝึกคัดอักษรอยู่ครู่หนึ่ง
เพราะถึงแม้จะข้ามภพมาแล้ว แต่นิสัยดีๆ บางอย่างในชาติก่อน หลี่ฉางอันก็ยังคงรักษาไว้
ตัวอย่างเช่น หลังจากดื่มสุราแล้วจะดื่มน้ำร้อน รอให้แอลกอฮอล์ถูกเผาผลาญไปก่อนแล้วจึงค่อยพักผ่อน เพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดหัวในวันรุ่งขึ้น
จนกระทั่งเวลาย่างเข้าสู่ยามไฮ่ ทันใดนั้น เบื้องหน้าของหลี่ฉางอันก็พลันปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากระบบขึ้นมา
【ติ๊ง! ตรวจพบว่าการเช็คอินของวันนี้ยังไม่เสร็จสิ้น ท่านต้องการสะสมการเช็คอินทบไปยังครั้งถัดไปหรือไม่?】
“หืม?”
เมื่อได้ยินเสียงที่ดังก้องอยู่ในหัว หลี่ฉางอันถึงได้นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อตอนบ่ายที่นอนอาบแดดอยู่ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ตอนนั้นเขาถึงกับลืมเรื่องการเช็คอินไปเสียสนิท
ทว่าเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนของระบบ หลี่ฉางอันก็เอ่ยถามในใจ “ระบบ การเช็คอินสามารถสะสมทับซ้อนได้ด้วยหรือ?”
คำถามเพิ่งจะหลุดออกไป ข้อความจากระบบอีกอันก็เด้งขึ้นมาทันที
【การเช็คอินสามารถทำการสะสมได้ ยิ่งสะสมเวลายาวนานเท่าไหร่ รางวัลที่โฮสต์จะได้รับเมื่อทำการเช็คอินก็จะยิ่งล้ำค่ามากขึ้นเท่านั้น】
【ขีดจำกัดการสะสมสูงสุดคือหนึ่งปี】
“ทำแบบนี้ก็ได้ด้วยรึ! เช่นนั้นก็ไม่เลวเลย!”
แต่เมื่อคิดดูอีกที หลี่ฉางอันก็ยังคงเลือกที่จะทำการเช็คอินของวันนี้อยู่ดี
ขอลองดูรางวัลจากการเช็คอินรายวันก่อน ดูว่าระดับของรางวัลเป็นอย่างไรแล้วค่อยว่ากัน
หากของรางวัลที่ได้นั้นไม่เลว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบสะสมการเช็คอิน
เพราะอย่างไรเสีย ของทุกอย่างก็ควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดถึงจะถูก
【ติ๊ง! เช็คอิน ณ ฐานที่มั่นของโอตาคุสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้รับโอกาสในการสุ่มรางวัล 1 ครั้ง ท่านต้องการทำการสุ่มรางวัลหรือไม่?】
"สุ่มรางวัล? ข้านึกว่าจะเป็นการให้รางวัลโดยตรงเสียอีก"
เมื่อเผชิญหน้ากับข้อความแจ้งเตือน หลี่ฉางอันก็อดที่จะพึมพำกับตนเองไม่ได้ ก่อนที่จะเลือกทำการสุ่มรางวัล
หลังจากรออยู่หลายอึดใจ ข้อความแจ้งเตือนของระบบก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สุ่มได้ บ่อน้ำพุร้อนโซเดียมไบคาร์บอเนต (ยี่สิบตารางเมตร) *1】
“หืม? บ่อน้ำพุร้อน?”
เมื่อมองดูของที่ตัวเองสุ่มได้ในครั้งนี้ ดวงตาของหลี่ฉางอันก็พลันเป็นประกาย