ข้าก็แค่อยากได้แม่ครัวธรรมดาสักคน!

บทที่ 26: ข้าก็แค่อยากได้แม่ครัวธรรมดาสักคน!

“โอ้? แปลงโฉมมางั้นรึ?”

เมื่อได้รู้ความจริงข้อนี้ เอี้ยง้วยก็รู้สึกสนใจขึ้นมา

นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปยังห้องหนังสือพลางเอ่ยถาม “เขารู้หรือไม่?”

อึ้งย้งส่ายหน้า “น่าจะไม่รู้”

หลังจากหยุดไปชั่วครู่ อึ้งย้งก็กล่าวออกมาอย่างจนใจ “แต่ถึงจะรู้… เจ้าหมอนั่นก็คงไม่ใส่ใจอยู่ดี”

พูดจบ อึ้งย้งก็ใช้มือเล็กๆ ของนางเท้าคางพลางบ่นพึมพำ “ไม่รู้ว่าเจ้าหมอนั่นคิดอะไรอยู่? ยังไม่ทันรู้ที่มาที่ไปของคนอื่น ก็กล้ารับเข้าบ้านเสียแล้ว”

“ไม่กลัวว่าจะชักนำเภทภัยเข้าบ้าน ถูกลอบสังหารยามหลับใหลหรืออย่างไร?”

เอี้ยง้วยจิบสุราจากถ้วยบนโต๊ะคำหนึ่งแล้วเอ่ย “พวกเราก็เข้ามาอยู่ที่นี่เช่นนี้มิใช่หรือ? ก่อนหน้านี้เจ้าเองก็ปลอมเป็นขอทานมิใช่หรือ?”

คำพูดของอึ้งย้งถึงกับชะงักไป ก่อนจะยู่ปากน้อยๆ แล้วเถียง “นั่นจะเหมือนกันได้อย่างไร? ข้าไม่ได้คิดจะทำร้ายเจ้าหมอนั่นเสียหน่อย”

เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น เอี้ยง้วยก็แย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองขั้นกลาง มีเปิ่นจั้วอยู่ที่นี่ ต่อให้นางมีเจตนาแอบแฝง ก็มิอาจก่อเรื่องอันใดได้”

เมื่อได้ยินสรรพนามที่เอี้ยง้วยใช้เรียกตนเอง ดวงตาของอึ้งย้งก็เป็นประกายขึ้นมา แล้วมองไปยังเอี้ยง้วยด้วยความใคร่รู้

“พูดตามตรงนะเจ้าคะ เมื่อเทียบกับเสี่ยวเจียวคนนั้นแล้ว ข้ากลับสนใจในฐานะของพี่สาวเล้งมากกว่า ช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่? ข้ารับรองว่าจะไม่บอกเจ้าทึ่มนั่นเด็ดขาด”

เอี้ยง้วยเหลือบมองอึ้งย้งอย่างเฉยเมย แม้ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา

แต่ความเย็นชาและความหยิ่งทะนงนั้นก็ได้แสดงความหมายของนางออกมาอย่างชัดเจนแล้ว

ทำเอาอึ้งย้งต้องมุ่ยหน้าลงในทันที

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังสนทนากัน หลี่ฉางอันก็เดินกลับมา

เมื่อเสี่ยวเจียวเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้านแล้วเดินเข้ามาในห้อง หลี่ฉางอันก็ยื่นสัญญาฉบับหนึ่งออกมาทันที

เสี่ยวเจียวรับสัญญามาอย่างงุนงง แต่เมื่อกวาดสายตาอ่านดู มือที่ถือสัญญาของนางก็สั่นเทาขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเสี่ยวเจียว อึ้งย้งก็ชะโงกหน้ามองด้วยความสงสัยใคร่รู้

สัญญา, ข้าพเจ้า เสี่ยวเจียว ยินยอมเข้าเป็นสาวใช้ของหลี่ฉางอันแห่งตระกูลหลี่ รับผิดชอบงานปัดกวาดเช็ดถูและทำอาหาร...

เมื่อเห็นว่าสัญญานี้เหมือนกับฉบับที่นางเคยประทับรอยนิ้วมือไว้ทุกกระเบียดนิ้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าปรับจากการผิดสัญญาที่ยังคงเป็นหนึ่งล้านตำลึงไม่เปลี่ยนแปลง อึ้งย้งก็อดที่จะกลอกตามองบนไม่ได้

“ค่าปรับของเจ้าสูงลิ่วถึงเพียงนี้ ไม่กลัวว่าจะทำให้นางตกใจจนวิ่งหนีไปเลยรึ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ฉางอันก็แค่นเสียงอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าถามแล้ว นางไร้ญาติขาดมิตร ไร้ที่พึ่งพิง ข้ากำลังมอบที่พักพิงอันมั่นคงและอบอุ่นให้นางต่างหาก”

“เรื่องดีงามเช่นนี้ หากนางไม่ตกลงสิถึงจะแปลก”

ในตอนแรกที่เห็นค่าปรับมหาศาลในสัญญา ในใจของเสี่ยวเจียวเต็มไปด้วยความลังเล

เงินจำนวนมหาศาลถึงเพียงนั้น เสี่ยวเจียวมั่นใจว่าต่อให้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าของนางก็คงหามาให้ไม่ได้

หากลงนามไป ก็ไม่ต่างอันใดกับการขายตัวให้หลี่ฉางอัน

แต่เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ฉางอัน เสี่ยวเจียวกลับยิ่งลังเลใจมากขึ้นไปอีก

เพราะข้อมูลที่นางบอกกับหลี่ฉางอันไปก่อนหน้านี้ชัดเจนมาก บอกเขาว่านางเป็นเพียงเด็กสาวร่อนเร่ผู้ไร้ที่พึ่งพิง

หากตอนนี้ปฏิเสธไป ก็คงจะดูน่าสงสัยเกินไป

และในขณะที่เสี่ยวเจียวกำลังลังเลว่าจะลงนามดีหรือไม่ พู่กันด้ามหนึ่งก็ถูกยื่นมาตรงหน้าของนางแล้ว

“เด็กดี... ลงนามเสียเถิด ต่อไปเจ้าก็ถือเป็นคนของข้าแล้ว รวมที่พักและอาหารให้พร้อมสรรพ”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะก่อนหน้านี้ตากฝนจนเป็นไข้หวัดจริงๆ

หรือเป็นเพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากเข้ามาในลานเรือนแห่งนี้ มันช่างพลิกผันเกินกว่าที่นางคาดการณ์ไว้

ภายใต้การหว่านล้อมกึ่งปลอบโยนของหลี่ฉางอัน ในที่สุดเสี่ยวเจียวซึ่งยังคงมึนงงสับสนก็ได้ลงนามในสัญญา ทั้งยังประทับรอยมือของตนไว้ด้วย

เมื่อหลอกล่อแม่ครัวสำรองคนใหม่ได้สำเร็จ อารมณ์ของหลี่ฉางอันก็ดีขึ้นมาอย่างมาก

หลังจากพับสัญญาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อในอกเสื้อเรียบร้อยแล้ว หลี่ฉางอันก็รีบเรียกเสี่ยวเจียว “อย่ามัวแต่ยืนนิ่งอยู่เลย ดูท่าเจ้าจะหิวแย่แล้ว! กินเยอะๆ หน่อย”

พูดพลาง หลี่ฉางอันก็คีบอาหารเลิศรสบนจานใส่ลงในถ้วยของเสี่ยวเจียว

ขณะที่เสี่ยวเจียวยังคงมีสีหน้างุนงง นางได้นำอาหารเข้าปาก เมื่อได้สัมผัสรสชาติอันโอชะที่แผ่ซ่านในโพรงปาก ดวงตาของนางก็พลันสว่างวาบขึ้นมา

ทันใดนั้น เรื่องที่นางเพิ่งจะ ‘ขายตัว’ ไปเมื่อครู่ก็ถูกโยนทิ้งไปจากสมองทันที

ในสายตาของนางยามนี้ มีเพียงอาหารเลิศรสบนโต๊ะเท่านั้น

………….

เมื่อเสี่ยวเจียวลงนามประทับรอยนิ้วมือเรียบร้อย หลี่ฉางอันก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที

ในตอนนั้นเอง, เอี้ยง้วยก็มองมายังหลี่ฉางอันด้วยความสนใจใคร่รู้

“ข้าเช่าเรือนของเจ้า, เหตุใดเจ้าจึงไม่ให้ข้าเขียนสัญญาเช่าด้วยเล่า?”

หลี่ฉางอันมองเอี้ยง้วยด้วยสีหน้าหดหู่เล็กน้อยแล้วกล่าว “ทำไปจะมีประโยชน์อันใดหรือ?”

คนอย่างเอี้ยง้วย, แม้หลี่ฉางอันจะไม่รู้ฐานะที่แท้จริง

แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ธรรมดา

หลังจากที่รู้ฐานะของอึ้งย้งแล้ว, หลี่ฉางอันก็รู้ว่าสัญญาที่เตรียมไว้ให้นางก็ไม่ต่างจากกระดาษเปล่าที่รอวันฉีกทิ้ง

ยิ่งมิต้องพูดถึงเอี้ยง้วยที่ดูอย่างไรก็มิใช่คนที่จะไปหาเรื่องด้วยได้

เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูสิ้นหวังของหลี่ฉางอัน, มุมปากของเอี้ยง้วยก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง

หลายวันที่ผ่านมานี้, เทียบกับท่าทีสบายๆ ไร้แก่นสารของหลี่ฉางอันแล้ว

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด, เอี้ยง้วยกลับชอบมองสีหน้าที่ดูอับจนหนทางของเขามากกว่า

มันมักจะทำให้ผู้คนรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

เมื่ออาหารบนโต๊ะถูกกินจนเกลี้ยง, อึ้งย้งก็เริ่มเก็บกวาด

เสี่ยวเจียวเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปช่วยด้วยทันที

หลังจากเหลือบมองหลี่ฉางอันที่มุมปากประดับรอยยิ้มอยู่ด้านข้าง, เอี้ยง้วยก็ค่อยๆ ลุกยืนขึ้น

เพียงแต่, ก่อนจะเดินพ้นประตู, นางก็เอ่ยขึ้นมาอย่างเนิบนาบประโยคหนึ่ง

“สาวใช้คนใหม่ที่เจ้าเพิ่งรับมา, มีระดับพลังบำเพ็ญสูงกว่าเจ้าเล็กน้อย, บรรลุถึงขอบเขตยุทธ์ระดับสองขั้นกลางแล้ว, อีกอย่างอึ้งย้งยังพบว่านางปลอมโฉมมาด้วย”

เสียงนั้นแว่วเข้าหู, หลี่ฉางอันถึงกับนิ่งอึ้งไป

มีวรยุทธ์…. ปลอมโฉม….. มีพลังบำเพ็ญถึงระดับสองขั้นกลาง, แถมยังชื่อเสี่ยวเจียวอีก……

หากจะบอกว่าก่อนหน้านี้หลี่ฉางอันยังคงพอมีความหวังอยู่บ้าง

แต่เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดนี้แล้ว หลี่ฉางอันจะยังไม่เข้าใจได้อย่างไร

เสี่ยวเจียวผู้นี้, โดยพื้นฐานแล้วสามารถยืนยันได้เลยว่านางคือ เสี่ยวเจียว คนของแม่เฒ่ากิมฮวยนั่นเอง

เขาล้วงหยิบสัญญาในอกเสื้อออกมา, หลี่ฉางอันมองลายมือชื่อบนนั้นด้วยแววตาเหม่อลอย

ชั่วครู่ต่อมา, หลี่ฉางอันก็รู้สึกหายใจติดขัด

ในใจมีอยู่ประโยคหนึ่งที่ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยออกมาดีหรือไม่

เก็บขอทานน้อยกลับมาเป็นแม่ครัว, ผลปรากฏว่าขอทานเด็กผู้นั้นคืออึ้งย้ง…

รั้งไว้กับตัวไม่ได้

อุตส่าห์หาแม่ครัวสำรองมาได้อีกคนหนึ่ง หวังให้รับช่วงดูแลปากท้องของเขาต่อจากอึ้งย้งในอนาคต

ผลปรากฏว่าแม่ครัวสำรองผู้นี้คือเสี่ยวเจียว……

สองครั้งสองคราที่ทั้งหลอกล่อ ทั้งปลอบโยนเพื่อให้นางยอมทำสัญญา, คิดว่าจะสามารถใช้ชีวิตครึ่งหลังได้อย่างไร้กังวล

ผลปรากฏว่าคู่สัญญาทั้งสองล้วนเป็นชาวยุทธ……..

สัญญาฉบับนี้ไม่มีอำนาจผูกมัดใดๆ เลยแม้แต่น้อย

“ข้าก็แค่ต้องการแม่ครัวธรรมดาสักคน! เหตุใดมันถึงได้ยากเย็นเช่นนี้?”

ในยามนี้, สภาพจิตใจของหลี่ฉางอันใกล้จะพังทลายเต็มที


สารจากผู้แปล

"กราบสวัสดีคร่าบบบ! ขอเกริ่นอะไรนิดนึงนะเพื่อนๆ คือเรื่องชื่อตัวละคร ผมขอใช้ชื่อที่ติดปากพวกเราชาวไทยกันนะครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสำเนียงแต้จิ๋วตามที่เราได้ยินในหนังในซีรีส์กันมาตั้งแต่เด็กนั่นแหละ ใครที่อ่านแต่นิยายอาจจะแบบ 'เอ๊ะ...ชื่อนี้เหรอ?' อ่านแล้วไม่ชิน ก็ใช่แหละครับ ชื่อนี้แหละ!

และต้องบอกไว้ก่อนเลยว่านิยายเรื่องนี้เป็น 'แฟนฟิคจับฉ่าย' ที่เอาตัวละครของอาจารย์กิมย้งกับอาจารย์โกเล้งมาใส่หม้อเขย่ารวมกัน! เตือนไว้ตัวโตๆ เลยว่า "ฮาเร็ม" นะจ๊ะ ใครไม่ใช่สายนี้โปรดเตรียมยาดม แต่ถ้าใช่...ก็เชิญเสพให้หนำใจไปเลย!

สุดท้ายนี้...ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านกันนะครับ ถ้ามีอะไรผิดพลาดประการใด ก็...ด่าได้แต่อย่าแรง เดี๋ยวผมใจบาง 555+




ตอนก่อน

จบบทที่ ข้าก็แค่อยากได้แม่ครัวธรรมดาสักคน!

ตอนถัดไป