บทที่ 8 ตลาดนัด
บทที่ 8 ตลาดนัด
ทุกคนไม่เชื่อปีแยร์ที่ชอบแกล้งคน แต่เชื่อโซอีที่สุขุมและใจกว้าง
หญิงสาวเงียบขรึมผู้เปี่ยมด้วยกลิ่นอายของศิลปะคนนี้ไม่เคยโกหก
ในขณะเดียวกัน อัญมณีเม็ดงามที่สวยที่สุดในหมู่บ้านลูร์มาแรงคนนี้ก็ไม่ค่อยชมใคร
โรนันเก่งอย่างที่ปีแยร์กับโซอีพูดจริงๆ เหรอ?
หลังจากนั้น ปีแยร์ก็ใช้เสียงที่มีเสน่ห์อย่างยิ่ง บรรยายภาพการทำงานของโรนันเมื่อตอนบ่ายให้ทุกคนฟัง
เพราะเพิ่งถูกตั้งคำถาม เขาจึงเล่าอย่าง ‘มีสีสันและอารมณ์’ เป็นพิเศษ ภาพลักษณ์ของโรนันจึงดูสูงส่งขึ้นมาทันที
หลังจากฟังคำบรรยายจบ คาร์ลก็ถามโรนันด้วยความทึ่ง
“นายมาที่นี่เพื่อทำไร่จริงๆ เหรอ”
หมู่บ้านลูร์มาแรงไม่ใช่ไม่เคยมีคนต่างถิ่น แต่พวกเขามาเพื่อพักร้อน ที่นี่ไม่ใช่บ้านที่แท้จริงของพวกเขา หรือแม้กระทั่ง ‘บ้านหลังที่สอง’ ก็ยังไม่ใช่
แต่การกระทำของโรนัน ทำให้เขาต้องมองชายหนุ่มคนนี้ใหม่
โรนันลูบหัวอย่างเขินอาย
“ไม่ใช่แค่ทำไร่ครับ ผมอยากจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่จริงๆ สัมผัสความงดงามทั้งหมดของลูเบอรง”
“ไม่ไปแล้วเหรอ” อาแล็งถาม
นายจริงจังเหรอ?
“ไม่อยากไปแล้วครับ ผมถึงขนาดอยากจะรับครอบครัวมาอยู่ที่นี่ด้วย” โรนันยิ้มตอบ
จะให้ไปเก็บแต้มความสุขที่ไหนล่ะ?
หลุยส์ยกแก้วขึ้นอย่างตื่นเต้น
“เรื่องนี้ไม่ควรฉลองกันหน่อยเหรอเพื่อนๆ เพื่อโรนัน!”
“เพื่อโรนัน!”
“เพื่อโรนัน!”
“เพื่อโรนัน!!”
ในวินาทีนี้ หมวก ‘คนปารีส’ ที่อยู่บนหัวของโรนันก็ถูกถอดออกไปอย่างสิ้นเชิง
เขาคือโรนันแห่งโพรวองซ์แล้ว
ไร่องุ่นในฤดูหนาวไม่ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากนัก ทำให้โรนันมีเวลามากมายที่จะคิดถึงก้าวต่อไป
ไร่องุ่นสามารถแก้ปัญหาปากท้องได้เท่านั้น แต่โรนันยังมีหนี้เงินกู้ 130,000 ฟรังก์ที่ต้องกังวล
และชีวิตที่กินแต่ขนมปังทุกวันก็เริ่มจะไม่ไหวแล้ว
หนึ่งคือร่างกายเริ่มประท้วง ปฏิเสธที่จะรับอาหารมากเกินไป
สองคือการเพิ่มขึ้นของ แต้มความสุข เริ่มช้าลง ตอนแรกแค่ได้มองท้องฟ้าสวยๆ ทุกมื้อก็สามารถเพิ่มได้ 4-5 แต้ม แต่สองสามวันนี้กินสามมื้อถึงจะได้แต้มเท่าเดิม
เขาไม่สามารถไปกินข้าวบ้านเพื่อนทุกวันได้ ต้องทำอาหารกินเองบ้าง แต่ครัวถูกโจรปล้นจนเกลี้ยง อยากจะทำอาหารก็ต้องซื้อเครื่องครัวใหม่ทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้เงิน
เขาได้นัดกับโซอีว่าจะไปตลาดนัดในหมู่บ้านด้วยกัน โรนันตั้งใจว่าจะไปสังเกตการณ์ดูว่ามีช่องทางทำเงินอื่นๆ บ้างหรือไม่
เช้าวันศุกร์
โรนันมาถึงหน้าบ้านหลุยส์ก่อนเวลานัด 5 นาที
ในโพรวองซ์ที่แสนสบาย ปกติเขาจะตื่นหลังเก้าโมงเป็นส่วนใหญ่ พอต้องออกมาข้างนอกตอนเจ็ดโมงกว่าๆ ก็รู้สึกหนาวจนเข้ากระดูก
ที่นี่ เดือนที่หนาวที่สุดของปีคือเดือนกุมภาพันธ์
ที่แท้ฤดูหนาวอันหนาวเหน็บก็มาถึงอย่างเงียบๆ แล้ว
ขณะที่โรนันกำลังวางแผนสำหรับฤดูหนาวครั้งแรกของเขาในโพรวองซ์ วีเยรีก็อุ้มกล่องใบใหญ่เปิดประตูออกมา ด้านหลังเขาคือโซอีที่อุ้มกล่องเช่นกัน ผมสีทองของเธอสยายเต็มแผ่นหลัง
วีเยรีหาวหวอดหนึ่ง แล้วยื่นกล่องให้โรนัน
“ขอบใจนะ ไม่อย่างนั้นคนแบกของก็ต้องเป็นฉัน”
โซอีพูดกับโรนันอย่างขอโทษ
“สัปดาห์นี้ทำของเยอะหน่อย ปกติฉันถือเองได้”
โรนันยิ้มรับกล่องจากวีเยรี แล้วใช้ศีรษะชี้ไปทางหมู่บ้าน
“ไม่เป็นไรครับ รีบไปกันเถอะ ต้องไปจองที่รึเปล่า”
ตลาดนัดที่จัดขึ้นในปารีส พ่อค้าแม่ค้าแทบจะไปจองที่กันตั้งแต่คืนก่อนหน้า
โซอีเดินนำหน้าไป
“ไม่ต้องค่ะ ที่เป็นที่ประจำ”
ตลาดนัดของหมู่บ้านลูร์มาแรงจัดขึ้นที่จัตุรัสเล็กๆ ใจกลางหมู่บ้าน ต้องใช้เวลาเดินไปสักพัก ระหว่างทางโซอีก็ให้ความรู้กับโรนันเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตลาดนัดในแถบลูเบอรง
วัฒนธรรมตลาดนัดของโพรวองซ์มีประวัติยาวนานกว่า 500 ปี เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัยที่ดินแดนแห่งนี้ยังอยู่ภายใต้การปกครองของพระสันตะปาปา
ตลาดนัดแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ
ประเภทแรกคือตลาดนัดแบบดั้งเดิม จัดขึ้นสัปดาห์ละครั้ง ฝรั่งเศสสามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรได้เกือบ 100% ของความต้องการในประเทศ ดังนั้นสินค้าที่ขายในตลาดนัดจึงเป็นสินค้าเกษตรเป็นหลัก
เมื่อเจาะจงไปที่แต่ละหมู่บ้าน ก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ ‘ปรับตามสภาพท้องถิ่น’ เช่น ปลาที่ตลาดนัดมาร์กเซย ดอกไม้ที่ตลาดนัดกราส ผลไม้เคลือบน้ำตาลที่ตลาดนัดอัปต์ เป็นต้น
หากต้องการซื้อสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าเกษตร ก็มีตลาดนัดเฉพาะทางมากมายให้ไปเลือกซื้อ เช่น ถ้าจะซื้อของเก่าก็ไปที่จัตุรัสแวร์เดิงในเอ็กซ์ ถ้าจะเดินตลาดของเก่าก็ต้องไปที่เกาะซอร์ก
อีกประเภทหนึ่งคือตลาดนัดตามฤดูกาล หรือที่เรียกว่าตลาดเกษตรกร ซึ่งจะขายเฉพาะผลผลิตทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวตามฤดูกาลเท่านั้น
เช่น ตลาดนัดมะนาวที่ม็องตงในเดือนกุมภาพันธ์ ตลาดนัดมะกอกที่นียงส์ในเดือนกรกฎาคม ตลาดนัดดอกมะลิที่กราสในเดือนสิงหาคม เป็นต้น
สรุปคือ ไม่ว่าใครก็ตามที่อาศัยอยู่ในโพรวองซ์ ก็สามารถไปเดินตลาดนัดที่แตกต่างกันได้ทุกวันตลอดทั้งปี
ยังไม่ทันถึงจัตุรัสเล็กๆ โรนันก็เห็นแผงขายของในตลาดนัดเรียงรายอยู่แล้ว
บนถนนหินที่สะอาดสะอ้าน หน้าแผงขายของแต่ละแผงจะมีโต๊ะพับหนึ่งหรือสองสามตัวปูด้วยผ้าปูโต๊ะลายสวยงาม และมีร่มกันแดดขนาดใหญ่กางอยู่ด้านบน
ภายใต้แสงแดดยามเช้า สีสันสดใสเชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว
โรนันได้กลิ่น ‘ความสดใหม่’ นานาชนิด ผัก ผลไม้ และดอกไม้ตามฤดูกาลเป็นหัวใจหลักของตลาดนัด แต่ก็มีของอย่างอื่นด้วย
บนแผงขายของที่ประกอบด้วยโต๊ะสี่ตัว มีผ้าปูโต๊ะสไตล์โพรวองซ์วางขายอยู่มากมาย มีลวดลายสีเหลืองและสีน้ำเงินสดใส
ยังมีแผงขายเครื่องปั้นดินเผา จาน เขียงไม้มะกอก และตะกร้าสาน
บริเวณใกล้โบสถ์ ยังมีการแสดงริมถนนและวงดนตรีที่คึกคักอีกด้วย
“ไม่ต้องแปลกใจหรอกค่ะ โพรวองซ์มีศิลปินเยอะแยะ” โซอีเตือนเมื่อเห็นโรนันทำหน้าเหมือนเห็นผี
“เกือบลืมไปเลย ข้างหน้าผมก็มีอยู่คนหนึ่ง” โรนันยิ้มกว้าง
แผงของโซอีอยู่หน้าร้านขนมปังของอาแล็ง
ของที่ใช้ตั้งแผงอย่างโต๊ะพับและร่มกันแดดก็ฝากไว้ที่นี่
โรนันรับหน้าที่งานใช้แรงทั้งหมดอย่างสุภาพบุรุษ ทุกครั้งที่โซอีจะทำอะไร เขาก็จะรีบทำก่อนเสมอ
“คุณทำแบบนี้จะทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์นะคะ” โซอีพูดติดตลก
โรนันหยิบถ้วยเซรามิกและจานแก้วออกมาอย่างระมัดระวัง วางลงบนผ้าปูโต๊ะลายดอกไม้สีแดง
“นี่เป็นการขอบคุณที่คุณพาผมออกมาเปิดหูเปิดตาครับ”
โซอีพยายามหางานทำเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้อยู่เฉยๆ
“ถ้าคุณเคยไป ‘สามเหลี่ยมทองคำ’ คุณจะรู้ว่าอะไรคือการเปิดหูเปิดตาที่แท้จริง”
ในปี 1986 ไม่ว่าจะเป็นขนาด ความนิยม หรือชื่อเสียง หมู่บ้านลูร์มาแรงก็ยังเทียบไม่ได้กับ ‘หมู่บ้านดารา’ เหล่านั้น
ด้วยเหตุนี้ โรนันจึงสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้
ถ้าเป็นโอกาสในสามเหลี่ยมทองคำ คงไม่ถึงมือเขาหรอก
โรนันส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
“นี่แหละคือข้อดีของมัน”
พื้นที่ทั้งหมดของเทือกเขาลูเบอรงไม่ได้ใหญ่มากนัก ระยะห่างระหว่างหมู่บ้านไม่เกินหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
ตอนนี้คนข้างนอกอิจฉาสามเหลี่ยมทองคำ แต่เมื่อนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกบุกโพรวองซ์ คนในสามเหลี่ยมทองคำก็จะอิจฉาพวกเขาแทน
นักท่องเที่ยวก็ไม่ชอบพักในที่ที่คนเยอะและเสียงดัง แต่จะพยายามหาที่ที่เงียบกว่า
ความเงียบสงบท่ามกลางความวุ่นวายคือหัวใจสำคัญ
ในอนาคต มูลค่าทางการค้าของหมู่บ้านลูร์มาแรงไม่ได้ด้อยไปกว่าหมู่บ้านดาราเหล่านั้นเลย แถมยังแซงโค้งได้รับเลือกให้เป็น ‘หมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส’ อีกด้วย
โรนันยิ่งคิดยิ่งมีความสุข การลงทุนครั้งนี้นับว่าฉลาดหลักแหลมจริงๆ!